CALL CENTER : 02 625 6500

เบาหวานเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ

               “หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน คือ โรคหัวใจโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นที่สังเกตุว่าผู้ป่วยเบาหวานมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากกว่าคนทั่วไป ประมาณ 3 เท่า และยังพบว่าโรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” นายแพทย์คริส มาลัยศรี กล่าวว่า “ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมักจะมีปัจจัยเสี่ยงเบาหวานร่วมด้วย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเกือบ 5 เท่า”

                โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบหรือตันซึ่งเป็นผลมาจากภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) โดยภาวะดังกล่าวเกิดจากการสะสมของพลัค (Plague) ด้านในผนังหลอดเลือด ซึ่งประกอบด้วยไขมัน แคลเซียม และสารต่างๆ ในเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัวขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้เลือดไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆ ได้ตามปกติ โดยผู้ป่วยเบาหวานมักมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง เช่น มีไขมันในเลือดสูง มีความดันโลหิตสูง หรือในบางรายมีการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของผนังหลอดเลือด เมื่อเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆ ได้ตามปกติ ผู้ป่วยอาจมีอาการหรือสัญญาณเตือนเมื่อหลอดเลือดเกิดการตีบตัน โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก

                ทั้งนี้ผู้ป่วยเบาหวานมีภาวะหัวใจขาดเลือดแบบไม่ปรากฏอาการได้ เป็นที่สังเกตุว่าผู้ป่วยเบาหวานมักได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดโดยบังเอินจากการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการนำที่สำคัญของโรคหัวใจขาดเลือด เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายขณะออกแรง ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ อย่างไรก็ตามการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ สามารถใช้ในการวินิจฉัยโรคกหัวใจได้เพียง ร้อยละ 50 หากสงสัยว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือดแพทย์จะพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเช่น การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (Stress Echo) การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (Coronary CT: Angiography)

แนวทางในการป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดจากผู้ป่วยเบาหวาน

เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มีแนวโน้มที่จะมีภาวะความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ในสัดส่วน 50-80% และในบางรายอาจมีไขมันในเลือดสูงร่วมด้วย การป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดในผู้ป่วยเบาหวานนอกจากเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต (Lifestyle modification) เช่น การควบคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การงดสูบบุหรี่ การจัดจัดการกับความเครียดอย่างเหมาะสม ฯลฯ เพื่อป้องกันและชลอการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน ผู้ป่วยควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลในเลือดสะสม (HbA1C) ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม คือ อยู่ในช่วงน้อยกว่า ร้อยละ 7 นอกจากนี้แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆเช่น ยารักษาเบาหวาน ยาลดไขมันในเลือด  และยาลดความดันโลหิตร่วมด้วย ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยเบาหวานจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน