CALL CENTER : 02 625 6500

ถามมา-ตอบไป...เมื่อผู้ป่วยเบาหวานต้องนอนในโรงพยาบาล

Q:  ผู้ป่วย Admit จำเป็นต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดทุกคนหรือไม่?

A:  หากมีผู้ป่วยเข้าเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล (Admit) ด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะมีประวัติเบาหวานหรือไม่มีประวัติเบาหวานหรือไม่ ควรตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Plasma blood glucose) เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยมีเบาหวานที่ไม่ได้รับการวินิจฉัย (Undiagnosed DM) หรือมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง (Stress induced hyperglycemia) หรือไม่

ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานมาก่อน หากไม่ได้ตรวจระดับน้ำตาลสะสม (HbA1C) ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ควรตรวจหาค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลเพื่อประเมินแนวทางในการควบคุมเบาหวาน ว่าเหมาะสมหรือไม่ หากมีแนวทางในการควบคุมเบาหวานที่เหมาะสมแล้ว สามารถใช้ในแนวทางเดิมโดยไม่จำเป็นต้องปรับยาเบาหวานหลังแพทย์ให้ออกจากโรงพยาบาล แต่หากพบแนวทางในการควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี แพทย์จะพิจารณาปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

Q: หากไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดสูงขณะเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยวิกฤตจะเป็นอันตรายแค่ไหน?

A:  ระดับน้ำตาลสูงเฉียบพลัน (Stress induced hyperglycemia) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยวิกฤต อันเป็นผลมาจากการตอบสนองของร่างกายเพื่อสำรองพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการของอวัยวะต่างๆ ปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยวิกฤต คือ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นเฉียบพลันจนควบคุมได้ยาก โดยระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลันนั้นอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การตอบสนองของฮอร์โมนในภาวะเครียด (Stress) ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างกลูโคสมากขึ้น ร่วมกับการทำงานของอินซูลินที่ผิดปกติ ซึ่งในภาวะปกติร่างกายจะหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเพื่อนำกูลโคส (น้ำตาล) เข้าสู่เซลล์ต่างๆ  ส่วนในผู้ป่วยวิกฤตจะมีการทำงานของอินซูลินที่ผิดปกติและมีภาวะต้านอินซูลินที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้พบภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเฉียบพลันได้

ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลสูงกว่าผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลปกติ เนื่องจากระดับน้ำตาลที่สูงขึ้นมีผลกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของร่างกายมากกว่าปกติแลเพิ่มโอกาสการติดเชื้อ ดังนั้น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจะสามารถช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนและอัตราการเสียชีวิตในโรงพยาบาลลงได้

Q: ทำไมผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่ที่รับประทานยาเบาหวานจะต้องหยุดยาเบาหวานแบบรับประทานเมื่อต้องมานอนโรงพยาบาล?

A:  ผู้ป่วยเบาหวานที่เดิมใช้ยายาเบาหวานแบบรับประทาน (Oral agents) ส่วนใหญ่จำเป็นต้องงดยาเบาหวานแบบรับประทานเมื่อจำเป็นต้องนอนในโรงพยาบาลด้วยสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะขณะอยู่ในโรงพยาบาล เช่น มีการเปลี่ยนแปลงของค่าไต ค่าเกลือแร่ในเลือด รวมถึงอาหารที่เปลี่ยนไปจากปกติ ทำให้เกิดเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะน้ำตาลต่ำ (Hypoglycemia) ภาวะบวมน้ำ หรือภาวะเลือดเป็นกรดได้ ทั้งนี้ การพิจารณางดใช้ยาเบาหวานแบบรับประทานขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ เช่น หากผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อทำหัตถการที่ไม่รุนแรงนัก เช่น การผ่าตัดต้อกระจก แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาเบาหวานแบบรับประทานต่อเนื่อง

Q: เมื่อต้องนอนโรงพยาบาลแล้วแพทย์ให้งดยาเบาหวานแบบรับประทานจะมั่นใจได้อย่างไรว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะไม่เป็นอันตรายขณะรักษาในโรงพยาบาล?

A:  หากแพทย์พิจารณางดใช้ยาเบาหวานแบบรับประทาน แพทย์จะให้อินซูลินแบบฉีดร่วมกับการติดตามระดับน้ำตาลอย่างใกล้ชิด หรือหากมีการงดรับประทานอาหาร แพทย์อาจพิจารณาให้สารละลายกูลโคสร่วมกับการใช้อินซูลินแบบหยด เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลการรักษาโรคหลักดีขึ้น