CALL CENTER : 02 625 6500

ไขความแตกต่างระหว่าง โรคลมชัก และ อาการชัก ในเด็ก

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโรคลมชักเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กที่มีพัฒนาการช้าหรือมีความผิดปกติของร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้วโรคลมชักสามารถเกิดได้ในคนปกติ เพียงแต่อาจมีอาการไม่รุนแรง ทำให้มีท่าทางผิดปกติไม่มากนัก และสามารถควบคุมอาการด้วยการใช้ยา แต่ส่วนใหญ่ในรายที่มีความผิดปกติของสมอง คือ มีโครงสร้างสมองที่ผิดปกติ มักจะเกิดลมชักได้ง่าย เช่น ในเด็กที่มีสมองบางส่วนหายไป หรือมีเนื้อสมองบางส่วนที่ผิดปกติ ทำให้เนื้อสมองบริเวณใกล้เคียงส่วนดังกล่าวมีความผิดปกติร่วมด้วย และกระตุ้นให้เกิดโรคลมชักได้

โรคลมชัก” เป็นอาการชักที่เกิดขึ้นเอง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก แต่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างสมอง ทำให้เกิดอาการชักขึ้นมา หากแต่ในเด็กเล็กปัจจัยที่ทำให้เกิด อาการชัก” โดยไม่จำเป็นต้องเป็นโรคลมชัก อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก เช่น มีไข้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กที่มีไข้สูงๆ จะมีอาการชัก หรือในกรณีเด็กที่ขาดอาหารหรือขาดน้ำ เนื่องจากอาการท้องเสีย หรือกินอาหารไม่ได้ จะทำให้เกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ ส่งผลให้เกิดอาการชักได้เช่นกัน หรืออาการชักที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ทำให้มีอาการไข้สูงและมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อในสมองโดยตรงส่งผลทำเกิดอาการชักได้ เช่น เชื้อไวรัส แต่ในขณะเดียวกันเด็กเล็กอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันไม่ดีนัก ในเด็กเล็กๆ อาจเกิดจากการติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่ในบางคนที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดี อาจมีโอกาสติดเชื้อต่างๆ ที่มักไม่พบการติดเชื้อดังกล่าวในเด็กโต เช่น เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิด

 

อาการชักในเด็กที่เกิดจากการติดเชื้อสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนหรือไม่

ปัจจุบันการฉีดวัคซีนสามารถป้องกันได้เพียงบางส่วน ได้แก่ วัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อเจอี (Japanese encephalitis vaccine: JEV) วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ (Haemophilus influenzae type b: Hib) วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไอพีดี (Invasive pneumococcal disease: IPD) ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ นอกจากนี้จะเป็นวัคซีนสำหรับป้องกันโรคทั่วไป เนื่องจากในบางกรณีโรคเหล่านั้นอาจมีอาการแทรกซ้อนทางสมองได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ บางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง หัดเยอรมันหรือคางทูม ในบางคนอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้ หากแต่ไม่ได้เป็นการติดเชื้อที่สมองโดยตรง

 

การวินิจฉัยลมชักกับอาการลมชักสามารถทำได้อย่างไร

ในการวินิจฉัยอาการลมชักและโรคแพทย์จะสังเกตจากซักประวัติเป็นสำคัญ กรณีซักประวัติเด็กมีไข้ ท้องเสีย หรือกินอาหารไม่ได้ อาจเป็นอาการลมชักที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอก แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติมด้วยการเจาะเลือดเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่จนทำให้เกิดอาการชัก หรืออาจตรวจเพิ่มเติมว่าเด็กมีความเสี่ยงเป็นลมชักหรือไม่ ซึ่งทำได้ด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง ในคนที่เป็นลมชักส่วนใหญ่จะพบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมองโดยจะสามารถจำแนกประเภทของอาการชักได้ แต่ในบางกรณีอาจไม่พบความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าสมอง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม

 

บทความโดย :

ผศ. ดร. นพ. วรสิทธิ์ ศิริพรพาณิชย์
กุมารแพทย์  สาขากุมารประสาทวิทยา  โรงพยาบาลปิยะเวท