CALL CENTER : 02 129 5555

กินเจอย่างไร อิ่มใจ ไม่อ้วน

“การกินเจ” นอกจากจะเป็นโอกาสเติมแต้มบุญให้กับชีวิต ด้วยการละเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ ยังส่งผลให้เรามีสุขภาพดีขึ้นได้ เพราะระหว่างนี้กระเพาะอาหารของเราจะได้พักจากภารกิจหนักในการย่อยเนื้อสัตว์บ้าง แต่หากบริโภคอาหารเจ
อย่างไม่ได้สัดส่วน ก็อาจเกิดปัญหาสุขภาพตามมาเช่นกัน เนื่องจากเมนูแต่ละมื้อมักไม่อยู่ท้อง ทำให้หิวบ่อย หรือทำมาจากแป้งเป็นหลักและมีน้ำมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก จึงอาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นพอๆ กับผลบุญในช่วงนี้เลยทีเดียว

เราจึงมีเคล็ดลับการกินเจให้ดีต่อสุขภาพมาฝากกัน ดังนี้

  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละวัน โดยแหล่งโปรตีนที่สามารถทดแทนเนื้อสัตว์ได้ ได้แก่ พืชตระกูลถั่ว เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง และโปรตีนเกษตร
  • เลือกกินข้าวกล้อง ข้าวสี มากกว่าข้าวขาว หรือข้าวขัดสี เพราะมีสารอาหารและวิตามินต่างๆ มากกว่า หรือเสริมซีเรียลโฮลเกรนในแต่ละมื้อ เพื่อเพิ่มใยอาหาร ซึ่งช่วยในการอุ้มน้ำ ทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า
  • รับประทานอาหารที่เลียนแบบเนื้อสัตว์ให้น้อยที่สุด เพราะอาหารเหล่านั้นส่วนใหญ่ทำมาจากแป้ง ร่างกายจึงอาจขาดโปรตีนและได้รับแป้งมากเกินไป
  • เลือกทานผักและผลไม้สด แทนอาหารหมักดอง เพราะของหมักดองมีปริมาณโซเดียมสูง ทำให้ตัวบวม และไม่ดีต่อสุขภาพ
  • เลี่ยงอาหารทอด หรือผัดที่ใช้น้ำมันมากๆ เปลี่ยนเป็นเมนูหุง นึ่ง ต้ม ตุ๋น ย่าง จะทำให้ได้รับปริมาณไขมันน้อยลง เสริมด้วยผักผลไม้ทุกมื้อ
  • ให้ความสำคัญกับมื้อเช้า เพื่อลดความเสี่ยงที่จะกินอาหารมากขึ้นในมื้ออื่นๆ
  • ลดอาหารเค็มจัด จากการปรุงรสด้วยซอส เต้าเจี้ยว เกลือ เพราะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต
  • ถ้ารู้สึกหิวระหว่างมื้อ ควรดื่มเครื่องดื่มธัญพืชที่มีประโยชน์ หรือดื่มน้ำครึ่งแก้วทุกชั่วโมง อาจเติมพลังระหว่างวันด้วยผลไม้สดหวานน้อย พลังงานต่ำ ใยอาหารสูง เช่น แก้วมังกร สับปะรด กล้วย มะละกอ แอปเปิ้ล
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม หันมาดื่มน้ำเปล่าแทน

ตรวจสุขภาพหลังกินเจ

ผู้ที่กินเจอาจเสี่ยงต่อการขาดโปรตีน สารอาหารอื่นๆ ที่มีในเนื้อสัตว์ หรือส่วนประกอบของสัตว์อย่างแคลเซียมและวิตามินบางชนิด จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำ รวมถึงขอคำแนะนำทางโภชนาการเพิ่มเติม โรงพยาบาลปิยะเวท พร้อมให้การดูแล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อายุรกรรม และศูนย์ตรวจสุขภาพ โทร. 02-129-5555