CALL CENTER : 02 129 5555

ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ ด้วยการฉีดวัคซีน

 

“ไข้หวัดใหญ่” อาจเป็นโรคที่คุ้นเคยจนเหมือนโรคธรรมดา แต่จริงๆ แล้วไม่ธรรมดา เพราะเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เป็นเชื้อที่มีอัตรากลายพันธุ์สูงมาก จึงก่อโรคในคนได้ทุกปี สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ทางการหายใจ ไอ จาม โรคไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี แต่ส่วนใหญ่พบว่าในช่วงปลายฝนต้นหนาวมักจะมีผู้ป่วยมากกว่าฤดูอื่น เพราะอุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

องค์การอนามัยโลกประมาณไว้ว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี ทำให้มีผู้ป่วยหนักมากถึง 3-5 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตเพราะระบบทางเดินหายใจมากถึง 290,000-650,000 รายทั่วโลก สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทยปี 2561 ได้รับรายงานผู้ป่วยแล้ว 136,833 ราย เสียชีวิต 23 ราย โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ระยอง พิษณุโลก และพะเยา ตามลำดับ

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ
  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว
  • ตัวร้อน ตัวแดง ตาแดงหรือน้ำตาไหล และคลื่นไส้อาเจียน

ไข้หวัดใหญ่จะมีอาการนาน 1-2 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการรุนแรง เช่น ปอดบวม และจำเป็นต้องเข้ารับการรักษา หลังจากหายแล้วอาจมีอาการอ่อนเพลียมึนงงไปอีกหลายสัปดาห์

การรักษา

หากมีอาการคล้ายป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ ให้งดออกกำลังกาย งดดื่มน้ำเย็น ควรรับประทานอาหารอ่อน น้ำเกลือแร่และพักผ่อนมากๆ มีไข้ให้เช็ดตัว หากไข้ไม่ลดให้รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน สำหรับการรักษาส่วนมากเป็นการรักษาตามอาการ อย่างไรก็ตามแพทย์อาจให้ยาต้านไวรัสเพิ่มเติมสำหรับผู้ป่วยในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้ที่เป็นโรคอ้วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุข

1. ปิด : ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ปิดปาก จมูกทุกครั้ง เมื่อไอ จาม และควรใส่หน้ากากอนามัย

2.ล้าง : ล้างมือด้วยน้ำและสบู่เมื่อสัมผัสสิ่งของ เช่น กลอนประตู ลูกบิด ราวบันได ราวบนรถโดยสาร

3.เลี่ยง : หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือในสถานที่แออัด

4.หยุด : ควรหยุดเรียน หยุดงาน หยุดกิจกรรม เพื่อพักรักษาตัวและป้องกันการแพร่เชื้อ

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี เพราะเชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลงและกลายพันธุ์จึงอาจเกิดเชื้อตัวใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม ซึ่งในแต่ละปีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเชื้อที่ระบาดในช่วงเวลานั้น

  • ควรฉีดวัคซีนเมื่อไหร่

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และ ก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาด

  • ต้องฉีดซ้ำหรือไม่

วัคซีนนี้ต้องฉีดซ้ำทุก 1 ปี เพื่อการป้องกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 9 ปี ที่รับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นปีแรกควรได้รับ 2 เข็ม โดยเข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1 เดือน

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถลดการเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ลงได้มาก เช่น จากโรคหลอดเลือดในสมอง 65% หัวใจวาย 20% เบาหวาน 55% และปอดอักเสบ 53% (อ้างอิง : ดร.ศรัณยา ศรีธาร์ หัวหน้าโครงการพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่ https://www.thairath.co.th/content/1395542)

สามารถรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ หรือปรึกษาแพทย์ได้ที่ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลปิยะเวท โทร. 02-129-5555