CALL CENTER : 021295555

สงกรานต์นี้...ทำอย่างไรให้เปียกแต่ไม่ป่วย

สงกรานต์นี้...ทำอย่างไรให้เปียกแต่ไม่ป่วย

“สงกรานต์” เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ทุกคนรอคอย เพราะจะได้จัดเต็มความสนุกไปกับสายน้ำที่ชุ่มฉ่ำ แต่หากเราเตรียมร่างกายไม่ดีพอ ก็อาจทำให้เกิดความเจ็บป่วยตามมาจนหมดสนุกได้ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรให้ผ่านเทศกาลนี้ไปได้แบบสุขภาพดี ถึงเปียก ก็ไม่ป่วย

  1. อย่าลืมดื่มน้ำ

ถึงแม้ว่าจะโดนสาดน้ำตลอดทั้งวัน แต่การเล่นสงกรานต์ท่ามกลางอุณหภูมิร้อนฉ่า อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำโดยไม่รู้ตัว  ฉะนั้นควรเตรียมพร้อมด้วยการดื่มน้ำสัก 1-2 แก้วก่อนออกไปลุยกลางแดด และหมั่นจิบน้ำระหว่างวันด้วย  

  1. เปลี่ยนจาก “เลนส์” เป็น “แว่น”

การใส่คอนแทคเลนส์เล่นสงกรานต์ อาจทำให้มีปัญหาตาแห้งจากการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน พร้อมทั้งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองจนกระจกตาเป็นแผลอักเสบได้ ทางที่ดีควรถอดคอนแทคเลนส์ออก แล้วเปลี่ยนเป็นสวมแว่น เพื่อช่วยป้องกันดวงตาจากสิ่งสกปรกที่อาจเจือปนในน้ำหรืออากาศ ไม่ให้เข้าสู่ลูกตาได้

  1. สร้างเกราะให้ผิวด้วยการทาครีมกันแดด

ก่อนออกไปเผชิญศึกสงกรานต์ ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติกันน้ำและมีค่า SPF 50+ PA+++ ซึ่งจะช่วยป้องกันผิวหมองคล้ำ ผิวไหม้แดดได้ ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงเวลาที่แสงแดดแรงที่สุดคือเวลา 10.00-15.00 น. และควรอยู่กลางแดดไม่เกิน 2 ชั่วโมง

หากมีอาการผิวไหม้ลอกหลังออกแดด ควรดื่มน้ำ กินผักผลไม้มากๆ และทาครีมเช้าเย็น เพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิว อาการไหม้จะกลับมาเป็นปกติภายใน 4 สัปดาห์ แต่ถ้าพบเป็นผิวหนังแตกเป็นตุ่มใสให้รีบพบแพทย์

  1. เล่นหนัก ต้องพักหน่อย

สงกรานต์ทั้งที หลายคนจึงขอจัดหนักเล่นน้ำทั้งวันทั้งคืน โดยอาจลืมไปว่าร่างกายอาจไม่พร้อมรับสภาพเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว จนปรับตัวไม่ทัน แถมการที่ร่างกายเปียกน้ำนาน ๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหวัดและโรคปอดบวมได้ เราจึงควรเล่นน้ำอย่างพอดี โดยกรมควบคุมโรคแนะนำว่าผู้ใหญ่ไม่ควรเล่นน้ำติดต่อกันเกิน 4 ชั่วโมง และเด็กเล็กไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง

  1. ระวังเชื้อโรคที่มากับน้ำ

การเล่นน้ำสงกรานต์อาจนำมาซึ่งเชื้อโรคต่างๆ ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทาง ตา หู จมูก ปาก หรือแม้กระทั่งการสัมผัส ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำที่ไม่สะอาด เช่น น้ำคลอง น้ำบ่อ อย่าใช้มือสัมผัสหรือขยี้ดวงตา ไม่แช่อยู่ในเสื้อผ้าเปียกเป็นเวลานานๆ ควรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ที่แห้งทันทีหลังเล่นน้ำเสร็จ เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่ปะปนมากับน้ำ

  1. อาบน้ำทันที อย่าให้ตัวเปียกนาน

การปล่อยให้ตัวเปียกนาน เสี่ยงต่อโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ ที่เกิดจากร่างกายเปียกชื้นตลอดวัน รวมถึงอาจมีปัญหาเชื้อราที่ผิวหนังด้วย หลังเล่นสงกรานต์เสร็จจึงควรรีบอาบน้ำสระผมชำระร่างกาย เช็ดตัวให้แห้ง เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เพราะการอาบน้ำช่วยให้ร่างกายได้ปรับอุณหภูมิให้สมดุล ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า ถือเป็นการรีเซ็ตร่างกายให้กลับมาสดชื่น ทั้งนี้หากหนาวมากอาจจิบน้ำหรือเครื่องดื่มอุ่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ

หลังผ่านการเล่นน้ำมาอย่างหนักหน่วง ร่างกายย่อมเหนื่อยล้าและหนาวเย็น การนอนหลับพักผ่อนเป็นอีกวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเสริมสร้างความจำ เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามการนอนหลับอย่างเพียงพอ เมื่อตื่นขึ้นจะได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีพลังพร้อมทำงานในวันต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ คุณควรหมั่นสังเกตตัวเองและคนที่คุณรักว่าเกิดอาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ตัวร้อน ปวดศีรษะ หรือมีอาการอื่นๆ หรือไม่ หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

 

ข้อมูลโดย : พญ.รัชวัลย์  เทพาวัฒนาสุข อายุรแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลปิยะเวท 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลปิยะเวท โทร. 02-129-5555