CALL CENTER : 021295555

การดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยในช่วงสงกรานต์

การดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยในช่วงสงกรานต์

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ถูกผูกรวมไว้กับวันขึ้นปีใหม่ไทยหรือก็คือวันสงกรานต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี กิจกรรมในวันนี้ นอกจากการรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพรักแล้ว การบอกรักและดูแลสุขภาพของท่านอย่างใกล้ชิดก็เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีปัญหาสุขภาพ ทั้งภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน รวมถึงการเสื่อมลงของอวัยวะต่างๆ ทำให้ล้มป่วยและเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย ซึ่งโรคหรือภาวะของผู้สูงวัยที่ควรคำนึงเป็นพิเศษในช่วงสงกรานต์ ได้แก่

ภาวะขาดน้ำ  ในผู้สูงอายุจะพบว่ามีการเสื่อมสภาพลงของไต ซึ่งเป็นอวัยวะที่ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ทำให้ร่างกายเสียน้ำไปทางปัสสาวะมากขึ้น บวกกับอากาศที่ร้อนและการเดินทางไกล ทำให้ดื่มน้ำไม่เพียงพอ หรือผู้ที่มีปัญหาด้านการกลั้นปัสสาวะก็จะดื่มน้ำน้อยเพราะกลัวเข้าห้องน้ำไม่ทัน อาการของภาวะขาดน้ำมีระดับความรุนแรงตั้งแต่หน้ามืดไปจนถึงหมดสติ ดังนั้นจึงควรให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงชา กาแฟ เพราะทำให้ปัสสาวะบ่อย

โรคติดเชื้อทางเดินอาหาร อากาศที่ร้อนจัดในช่วงสงกรานต์อาจทำให้อาหารบูดเสียได้ง่าย ผู้สูงอายุจึงควรได้รับการดูแลเรื่องการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง และควรล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน และมีไข้จากการติดเชื้อทางเดินอาหาร หากมีอาการดังกล่าว ให้ดื่มน้ำผสมเกลือแร่ ไม่ควรรับประทานยาหยุดถ่ายเอง เนื่องจากอาจทำให้ติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้หากมีอาการท้องเสียรุนแรงควรมาพบแพทย์

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ พบได้บ่อยในสูงอายุโดยเฉพาะผู้หญิง เนื่องจากหลังหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลงทำให้เยื่อบุท่อทางเดินปัสสาวะแห้งและเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ง่าย อาการที่สังเกตได้ก็คือปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ และอาจมีปัสสาวะเล็ด จึงควรดูแลให้ผู้สูงอายุดื่มน้ำให้เพียงพอและไม่กลั้นปัสสาวะ เพื่อลดการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หากเริ่มมีอาการ ควรพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

การลื่นล้มในผู้สูงอายุ

มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุจะมีปัญหาการหกล้ม และจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยส่วนใหญ่จะเป็นอาการบาดเจ็บฟกช้ำเล็กน้อย แต่ในบางรายอาจมีอาการบาดเจ็บที่รุนแรง เช่น กระดูกหัก กระดูกเคลื่อน การบาดเจ็บของศีรษะ ซึ่งอาจทำให้พิการหรือเสียชีวิตได้ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความเสื่อมทางร่างกาย โรคประจำตัวบางอย่าง และสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ที่มีการเล่นน้ำทำให้พื้นลื่นและไม่ปลอดภัย การหกล้มของผู้สูงอายุป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกายเพิ่มความคงทนของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกและข้อ และช่วยเรื่องการทรงตัว เช่น แอโรบิค รำมวยจีน เดินเร็วๆ ทั้งนี้ควรเลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสมด้วย

กรมอนามัยยังได้แนะนำ 4 วิธีส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ด้วยแนวคิด ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย” หรือ 4 Smart” ได้แก่

1. Smart Walk ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อร่างกายที่แข็งแรง ไม่หกล้ม โดยให้ผู้สูงอายุออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 30 นาที

2. Smart Brain & Emotional ดูแลฝึกทักษะทางสมอง ส่งเสริมสุขภาพจิตและอารมณ์ โดยการทำงานอดิเรก เข้าร่วมกิจกรรมในชมรมผู้สูงอายุ และส่งเสริมพฤติกรรมการไม่สูบบุหรี่

3. Smart Sleep นอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 7 - 8 ชั่วโมง

4. Smart Eat กินอาหารครบ 5 หมู่ ลดหวาน มัน เค็ม เน้นผัก ผลไม้ เลือกอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ปลาทะเล และส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากที่ดี เพื่อความสามารถในการบดเคี้ยวอาหาร

 

ข้อมูลโดย : พญ.รัชวัลย์  เทพาวัฒนาสุข อายุรแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลปิยะเวท 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลปิยะเวท โทร. 02-129-5555