
ปิยะเวทขานรับ......รักษาผู้ป่วยบัตรทอ? ชูศักยภาพด้านการรักษาโรคหัวใ?/span>

โรงพยาบาลปิยะเวท ห่วงใยสุขภาพประชาช? ร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้บริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้? เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที ไม่ต้องรอคิวนา? เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคหัวใจเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง และเป็นโรคที่ต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงท? ที่ผ่านม? โดยเฉพาะในกลุ่มประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพ จำเป็นต้องเข้าคิวในการเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลที่มีความสามารถในการตรวจรักษาซึ่งในสังกัดรัฐบาลมีน้อยแห่? แต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจมีเป็นจำนวนมา? ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงในเวลาที่เหมาะสม
โรงพยาบาลปิยะเวท ในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนมาตลอดระยะเวลากว่?16 ปี มีสถาบันหรือศูนย์เฉพาะระบบในการให้บริการสุขภาพตามความเชี่ยวชาญในการรักษาเฉพาะโร? โดยเฉพาะสถาบันหัวใ?/span> ซึ่งเป็นสถาบันที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจอย่างครบวงจ? ด้วยบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถและอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่า? และเพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจมีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลมากขึ้นและเร็วขึ้? อีกทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้? โรงพยาบาลปิยะเวท จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการให้บริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้?
นพ. สุรเดช วลีอิทธิกุ? ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาต?เขตพื้นที?กรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่? “ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้การดูแลประชาชนไทยกว่?47 ล้านคน ซึ่งครอบคลุมสิทธิประโยชน์ด้านสุขภา? รวมถึงโรคที่มีค่าใช้จ่ายสู?โดยเฉพาะโรคหัวใจ ซึ่งในขณะนี้จำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพมีเป็นจำนวนมา? แต่โรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาลที่มีศักยภาพความสามารถในการตรวจรักษามีน้อยแห่ง ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง ผู้ป่วยต้องรอนาน คิวล?3 เดือน -2 ปี ซึ่งโรคหัวใจเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวขาดโอกาสเข้ารับการรักษาที่รวดเร็?และมีหลายรายที่เสียชีวิตระหว่างรอการรักษ?
นพ. สุรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แล?โรงพยาบาลปิยะเวทมีความมั่นใจว่? ความร่วมมือในครั้งนี? จะช่วยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพ มีโอกาสได้เข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชนที่มีคุณภา?แล?มาตรฐานสูง ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าโรงพยาบาลปิยะเวทมีสถาบันหัวใ? ที่มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์สู?และอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครันทำให้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยเข้าถึงการบริการมากขึ้น มีโอกาสรอดชีวิตจากการเข้ารับการรักษาที่รวดเร็? ซึ่งเป็นเป้าหมายที่พ้องตรงกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการส่งเสริมสุขภาพให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อเข้าสู่วัยสูงอายุที่มีสุขภาพแข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป?
ด้าน ?นพ.นิธิ มหานนท? ประธานกรรมการบริหา? โรงพยาบาลปิยะเวท ได้กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่?“จากสถิติผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจในช่วงหลายปีที่ผ่านม? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด พบว่ามีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้?ทั้งนี? เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อป่วยเป็นโรคหัวใจแล้? ผู้ป่วยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง และเป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงท? หากผู้ป่วยมีกำลังในการรักษาก็อาจไม่มีผลกระทบในการที่จะเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชนได? แต่สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจบางกลุ่ม เช่? กลุ่มประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพนั้น ค่ารักษาพยาบาลที่ค่อนข้างสูงดังกล่าว อาจทำให้ขาดโอกาสที่จะเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที ถึงแม้ปัจจุบันจะมีโรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาลที่มีศักยภาพในการรองรับ และให้การรักษาพยาบาลกับกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพนี้ก็ตา? แต่เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจมีเป็นจำนวนมากจึงจำเป็นต้องรอคิวในการเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลในสังกัดรัฐบาลมีน้อยแห่ง ทำให้ไม่สามารถให้บริการผู้ป่วยโรคหัวใจในระบบหลักประกันสุขภาพได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงในเวลาที่เหมาะสม
?นพ.นิ?/strong>?กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากการทราบปัญหาดังกล่าว ทำให้เราในฐานะโรงพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อมทั้งในส่วนของทีมแพทย์โรคหัวใ? และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ครบครั? จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการให้บริการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้? เพื่อให้ผู้ป่วยโรคหัวใจมีโอกาสเข้าถึงการรักษาพยาบาลมากขึ้นและเร็วขึ้? อีกทั้งเพื่อเป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้??
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้บริการดังกล่าวที่โรงพยาบาลปิยะเวท UC Care Center 02-625-6527 หรือ 089-018-9393
ภาพบรรยากาศงานแถลงข่าว
หน้าหลักเว็บไซต์โรงพยาบาลปิยะเวท
|