CALL CENTER : 02 625 6500

เทคโนโลยีทางการแพทย์ การรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก

ถึงมีบุตรช้าก็ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าลูกน้อยจะเป็นโรคทางพันธุกรรม

ในปัจจุบันสังคมเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้หญิงมีหน้าที่และความรับผิดชอบมากขึ้นจึงแต่งงานและมีบุตรช้าลง ทำให้ว่าที่คุณแม่หลายท่านกังวลว่าลูกน้อยจะมีโรคทางพันธุกรรมเพียงเพราะมีอายุมากขึ้น แต่หมอขอแจ้งข่าวดีว่า ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่สามารถตรวจสอบได้แม้แต่ก่อนการตั้งครรภ์ค่ะ แต่ก่อนอื่น เรามารู้จักโรคทางพันธุกรรมก่อนดีกว่าค่ะ

โรคทางพันธุกรรมเป็นโรคที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อันเกิดจากการถ่ายทอดพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ ที่มีความผิดปกติของโครโมโซมทั้งในส่วนของโครโมโซมร่างกายและโครโมโซมเพศ โดยโรคทางพันธุกรรมที่พบบ่อยและมักทำให้คุณพ่อคุณแม่กังวลใจอยู่เสมอก็คือ กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ที่มักทำให้เด็กปัญญาอ่อน อันเกิดจากโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม นอกจากนั้น ความผิดปกติอื่นที่พบได้บ่อยได้แก่ ตาบอดสี ฮีโมฟีเลีย กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ผู้หญิงเราเบาใจไปได้มากค่ะ เนื่องจากเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ อันได้แก่ เทคนิคอะเรย์ซีจีเฮช (Array CGH) ที่สามารถตรวจโครโมโซมร่างกายได้ทั้งหมด 23 คู่ ซึ่งรวมโครโมโซมเพศทั้ง 2 ตัวคือ X และ Y ทำให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ในโครโมโซมทุกแท่ง ต่างจากเทคนิคสมัยก่อน (ที่มีชื่อว่า FISH) ที่ตรวจได้เพียง 5 โครโมโซมคือ โครโมโซมคู่ที่ 13, 18, 21, X และ Y ดังนั้น ถ้ามีความผิดปกติอื่นในอีก 19 โครโมโซมที่เหลือ เทคนิค FISH ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ค่ะ

เพราะฉะนั้นต่อไปผู้หญิงเราอย่าได้กังวลกับคำกล่าวที่ว่า “ท้องเมื่อมีอายุมาก ลูกออกมาจะเอ๋อ  พิการ หรือปัญญาอ่อน” เพราะเรามีเทคโนโลยีใหม่ที่สามารถตรวจโครโมโซมได้ทุกแท่งในตัวอ่อน ก่อนย้ายกลับเข้าไปในครรภ์ ซึ่งนอกจากจะเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์แล้ว ยังช่วยลดอัตราการแท้งได้อีกด้วยค่ะ

 

สนใจเข้ารับคำปรึกษาภาวะผู้มีบุตรยากกับ  พญ. มัธชุพร สุขประเสริฐ   กรุณาติดต่อ  02 625 6555

พญ. มัธชุพร สุขประเสริฐ
สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท

แพทย์ท่านแรกที่จบการศึกษาทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธ์ุจากต่างประเทศ

 

สาขาความเชี่ยวชาญ : สูติศาสตร์ นรีเวชวิทยา
สาขาความเชียวชาญพิเศษ : เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (ด้านมีบุตรยาก)

การศึกษา  :  แพทยศาสตร์บัณฑิต  

วุฒิบัตร :

  • วุฒิบัตรสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
  • วุฒิบัตรอนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธ์ุ
  • Diploma of The Thai broad of Obstetrics and Gynecology, 2007
  • Reproductive Medicine, Mahidol university, Thailand, 2009
  • Research Fellowship in Reproductive Genetic, Weill Cornell Medical College, New York, USA 2012
  • Clinical Fellowship in Reproductive Medicine, Weill Cornell Medical College, New York, USA 2013
  • Infertility, Preimplantation Genetic Diagnosis, Laparoscopic Surgery in Gynecology

 

 

 

เรื่องน่ารู้เดี่ยวกับการรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก

เด็กหลอดแก้ว (IVF : In Vitro Fertilisation)

       IVF หรือ การปฏิสนธินอกร่างกาย คือ การนำไข่และอสุจิมาผสมให้เกิดการปฏิสนธิกลายเป็นตัวอ่อนในห้องทดลอง หลังจากนั้นจึงนำตัวอ่อนที่เกิดขึ้นใส่กลับเข้าโพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์   โดยมีหลักการ คือ การกระตุ้นไข่ ติดตามการเจริญเติบโตของไข่ และเก็บไข่ หลังจากนั้นนำไข่มาผสมกับ เชื้ออสุจิในห้องทดลอง เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ โดยต้องควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น ปริมาณก๊าซต่างๆในบรรยากาศให้เหมาะสม และใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ ประมาณ 16-18 ชั่วโมงหลังการปฏิสนธิ จะเริ่มเกิดการแบ่งตัวเป็นตัวอ่อน ....

      หลังจากนั้นอีก 24 ชั่วโมง จะมีการแบ่งตัวเป็นตัวอ่อนระยะ 2-4 เซลล์ และเป็นตัวอ่อนระยะ 8-12 เซลล์ ในอีก 24 ชั่วโมงต่อมา  จะทำการเลี้ยงตัวอ่อนต่ออีกประมาณ 3-5วัน จึงจะทำการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก เพื่อให้มีการฝังตัวและเจริญเติบโตต่อไป โดยปกติตัวอ่อนจะถูกใส่กลับจำนวน 2-3 ตัว ถ้ามีเหลืออยู่อีกและเป็นตัวอ่อนที่แข็งแรง ก็จะทำการแช่แข็งเก็บไว้ให้ตัวอ่อนที่แช่แข็งสามารถนำมาใส่กลับได้อีกในรอบการรักษาถัดไป

ข้อบ่งชี้ในการทำ IVF (การปฏิสนธินอกร่างกาย)

  • ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติของท่อนำไข่ตีบหรือตันทั้งสองข้าง
  • ฝ่ายหญิงมีพังผืดในอุ้งเชิงกรานมาก และรักษาด้วยการผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล
  • ฝ่ายหญิงมีภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ และรักษาภาวะนี้แล้วด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล
  • เชื้ออสุจิฝ่ายชายคุณภาพไม่ดี  ซึ่งรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
  •  ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ

อัตราการประสบความสำเร็จ

      ในแต่ละรอบเดือนที่มีการเก็บไข่ และย้ายตัวอ่อน จะมีอัตราการตั้งครรภ์ประมาณ   30-40 % ทั้งนี้ขึ้นกับอายุของฝ่ายหญิงด้วย

การตั้งครรภ์จากการปฏิสนธินอกร่างกายจะปกติหรือไม่

      ผู้ที่ตั้งครรภ์จากการรักษาวิธีนี้ จะมีโอกาสแท้งบุตรประมาณร้อยละ 15-20 จากข้อมูลจนถึงปัจจุบัน ทารกที่เกิดมาจะมีโอกาสเกิดความพิการไม่แตกต่างจากการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ และพัฒนาการของเด็กก็เป็นปกติ