Thai TH English EN Arabic AR Chinese (Simplified) ZH-CN

ปักรากฟันเทียม       

DENTAL IMPLANT

จะดีแค่ไหน เมื่อฟันซี่ใหม่ ทดแทนฟันที่เสียไป

Dental Implant  คือ การทำฟันปลอมแบบติดแน่น (fixed prosthesis) แบบหนึ่ง โดยทดแทนฟันที่สูญเสียไป
จากเหตุต่างๆเช่นอุบัติเหตุฟันแตกหักหรือรอยโรคที่เกิดจากภาวะฟันผุมากเมื่ออายุมากขึ้น เหตุเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมต่างๆเป็นต้นโรคเหงือกหรือเหงือกและกระดูกร่นตามความเสื่อมและตามวัย
     ที่ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลปิยะเวท เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษา ซึ่งสามารถบูรณะฟันซี่ใหม่ ทดแทนฟันที่เสียไปได้
การรักษาแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. ส่วนงานศัลยกรรม (surgery) 2.ส่วนงานทันตกรรมประดิษฐ์ (prosthesis)
รากฟันเทียม คือ วัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันทำจากโลหะไททาเนียมที่เข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ดี ฝังลงไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อช่วยในการ

ทำฟันเทียมเพื่อทดแทนฟันที่ถูกถอน หรือหลุดไปให้สามารถใช้งานได้ไกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุดและเป็นการถือว่าเป็นการใส่ฟันทดแทนฟันที่หายไปได้ดีที่สุด และ ปัจจุบันการใส่รากฟันเทียมถือว่าเป็นวิธีการใส่ฟันที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม

 

   ส่วนรากเทียมที่ฝังลงไปในกระดูก (Implant body or fixture): คือ ส่วนของรากเทียมโลหะไททาเนี่ยมรูปร่างเป็นเกลียวเหมือนสกรูฝังลงไปใน   กระดูกขากรรไกร เพื่อให้มีการยึดติดกับกระดูกขากรรไกรทำหน้าที่เหมือนรากฟัน

 

   Implant abutment: ส่วนยึดต่อระหว่าง implant body และส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ทำจากไททาเนียมหรือเซรามิค ทำหน้าที่แทนส่วนของตัวฟัน
 ส่วนทันตกรรมประดิษฐ์ 

  (Prosthetic component): คือ ส่วนของครอบฟันที่จะยึดอยู่บนรากฟันเทียม  เช่น ครอบสะพานฟัน ฟันเทียมถอดโดยเชื่อมต่อกับ  implant   abutment โดยใช้กาวทางทันตกรรมยึดหรือสกรูทำหน้าที่เป็นตัวฟันที่ใช้บดเคี้ยว

ข้อดี ของรากฟันเทียม

              ทดแทนฟันที่เสียไปเพิ่มความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
    ฟันเทียมที่ดูเป็นธรรมชาติและใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ
    ไม่ต้องกรอแต่งฟันข้างเคียง สามารถบดเคี้ยวได้ดี
    ไม่มีปัญหาเรื่องการออกเสียง  ให้ความสวยงาม เป็นธรรมชาติคง          ทนและถาวร ป้องกันการสูญเสียฟันซี่ข้างเคียง

ชนิดของรากฟันเทียม

           รากฟันเทียมแบ่งได้หลักๆ เป็น 3 ชนิด คือ Conventional Immediate implant และ immediate loaded implant จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับสภาพภายในช่องปาก และประสบการณ์ของทันตแพทย์

Conventional Implant

          คือ การฝังรากเทียมโดยทั่วไปขั้นตอน คือ ทันตแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยพิมพ์ปากและ x-ray    ในบางตำแหน่งอาจจะต้องทำ CT Scan     ร่วมด้วยเพื่อทำการวางแผนการรักษา จากนั้นจะนัดหมาย ผ่าตัดเล็กฝังรากเทียมลงไปในกระดูกขากรรไกร และรอกระดูกยึดติดกัน ประมาณ 3-4 เดือนขึ้นอยู่กับลักษณะของกระดูก โดยทันตแพทย์ก็จะทำฟันเทียมยึดกับรากเทียมต่อไป ซึ่งระยะเวลาในขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของฟันเทียม ส่วนใหญ่จะใช้เวลา 1-4 สัปดาห์ กรณีผู้มีปริมาณของกระดูกน้อยมากๆ ในบริเวณที่จะทำการฝังรากเทียม ต้องปลูกกระดูกก่อนหรือในบางรายอาจจะปลูกกระดูกไม่ได้ ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำ

Immediate implant

         คือ การฝังรากเทียมทันทีหลังจากทำการถอนฟันธรรมชาติออก ข้อดีของวิธีนี้ คือลดขั้นตอนและระยะเวลาการทำงานลง ลดการละลายของ        กระดูก ลดโอการการเกิดเหงือกร่น แต่ตำแหน่งฟันที่เหมาะจะทำด้วยวิธีนี้มักจะเป็นฟันหน้า หรือฟันกรามน้อย ต้องไม่มีปัญหาที่ปลายรากฟัน          ของฟันที่จะถอน และต้องมีปริมาณกระดูกเพียงพอให้รากฟันเทียมยึด

 Immediate loaded implant

             คือ การต่อส่วนของทันตกรรมประดิษฐ์ เช่น ครอบฟันไม่ว่าจะเป็นแบบชั่วคราว หรือแบบถาวร ไปที่รากฟันเทียมทันทีที่ทำการฝังราก              ฟันเทียม ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาของการรักษาลงไปได้มาก ให้ความสวยงามเนื่องจากคนไข้จะมีฟันอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อจำกัดของวิธีนี้มีอยู่มาก

        ชนิดของส่วนทันตกรรมประดิษฐ์

       ทันตแพทย์สามารถใช้รากฟันเทียมช่วยในการใส่ฟันทดแทนให้คนไข้ได้หลายวิธี เช่น การทดแทนฟัน 1ซี่
  ในกรณีที่มีฟันหายไปเพียง 1 หรือ 2 ซี่ การใส่ฟันเทียมติดแน่นทำได้ 2 วิธี คือ รากฟันเทียม และสะพานฟัน แต่รากฟันเทียมถือว่าเป็นวิธีใส่ฟันที่ให้      ผลสำเร็จดีที่สุด และมีข้อดีมากกว่าการใส่สะพานฟัน คือ ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า และสะพานฟันมีส่วนของครอบฟัน      ติดกันทั้งหมด หากมีซี่ใดซี่หนึ่งมีปัญหาจะต้องรื้อออกทั้งหมด
       ในกรณีที่ฟันหายไปทั้งปาก รากฟันเทียมสามารถช่วยทดแทนฟันได้ทั้งแบบติดแน่น และแบบถอดได้ แบบติดแน่น ทันตแพทย์จะทำการฝังราก    เทียมจำนวน 4, 6 หรือ 8 ตัวต่อ 1 ขากรรไกร ส่วนแบบถอดได้จะทำการฝังรากฟันเทียมจำนวน  2 – 4 ตัว วิธีการก็จะแตกต่างกันไป
        ผู้ที่มีการสูญเสียฟันแท้ไปสามารถรับการรักษาด้วยรากฟันเทียมได้ทุกคนโดยไม่กำหนดช่วงอายุ แต่ไม่ควรทำในเด็กที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี              เนื่องจากกระดูกขากรรไกรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์  ควรคลอดบุตรก่อน หรือผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรค      เบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งที่ต้องได้รับการฉายรังสีบริเวณใบหน้า และขากรรไกร ผู้ป่วยที่เป็นโรคปริทันต์อักเสบ              รุนแรง ผู้ป่วยที่เป็นลูคิเมีย ผู้ป่วยไฮเปอร์ไทรอยด์ควรได้รับการรักษาเพิ่มเติมก่อนทำการฝังรากเทียม
         การฝังรากฟันเทียม (DENTAL IMPLANT) ปัจจัยสำคัญ คือ คนไข้ต้องการฟันเทียมที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ต้องการยิ้ม และพูดคุยอย่าง      มั่นใจ ต้องการการบดเคี้ยวที่ดี  ปัจจุบันการใส่รากฟันเทียมในกรณีที่ฟันหายไป รากฟันเทียม ถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในกรณีที่มีฟันหายไป  จำนวน      มาก อาจใช้รากฟันเทียมจำนวนหลายซี่เป็นฐานสำหรับสะพานติดแน่นหรือเป็นฐานสำหรับฟันปลอมแบบถอดได้ ในกรณีฟันปลอมถอดได้จะทำให้    ฟันปลอมแน่นแต่ก็ยังสามารถถอดฟันออกได้

การเตรียมตัว

       ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจและประเมินโดยละเอียดจาก  ทันตแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังเพราะอาจแก้ไขได้ยากมาก อีกทั้งทันตแพทย์จำเป็นต้องมีความรู้และความชำนาญ สามารถเลือกรากเทียมที่เหมาะสมกับคนไข้ มีความเข้าใจเรื่องการบดเคี้ยว และขั้นตอนทางทันตกรรมประดิษฐ์ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาอยู่ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบ และที่สำคัญผู้ป่วยควรดูแลสุขอนามัยช่องปากให้ดีก่อนเข้ารับการรักษา

 

อายุการใช้งาน และการดูแลรักษารากฟันเทียม

         รากฟันเทียม ทำมาจากไททาเนียมซึ่งมีความคงทนมาก อายุการใช้งานจะอยู่ที่การดูแลรักษาสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย รากฟันเทียมไม่ผุแต่เกิดโรคเหงือกอักเสบได้หากไม่ดูแลสุขภาพช่องปาก การดูแลรักษาก็เหมือนการดูแลรักษาฟัน และได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ หากทำทุกอย่างได้ดีรากฟันเทียมก็จะอยู่ได้ไปตลอด

 

สอบถามรายละเอียดและทำนัดล่วงหน้า   ศูนย์ทันตกรรม โรงพยาบาลปิยะเวท   โทร 02-129-5559 , 084-328-0808