เทคโนโลยีล่าสุดของการตรวจคลื่นเเม่เหล็กไฟฟ้า

สามารถตรวจทั้งร่างกายได้โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง มีอุโมงค์สั้นที่สุด ช่วยลดความกลัวและความกังวลของคนไข้ในขณะทําการตรวจ โดยเฉพาะในคนไข้เด็กและคนไข้ซึ่งกลัวที่แคบ เนื่องจาก MAGNETOM Altea มีความยาวของ อุโมงค์ที่ 157 cm (System length cover to cover) ซึ่งสั้นที่สุดเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ทําให้สามารถจัดท่าให้ศีรษะของคนไข้อยู่ภายนอกอุโมงค์เมื่อทําการตรวจได้ ทํางานเงียบที่สุด ช่วยลดความกังวลของคนไข้ระหว่างการตรวจและช่วยให้การสื่อสารระหว่างคนไข้กับผู้ใช้งาน ทําได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ทั้งยังช่วยลดปริมาณการใช้ยานอนหลับในคนไข้ที่ให้ยานอนหลับอีกด้วย เนื่องจาก MAGNETOM Altea มาพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถลดเสียงการทํางานของเครื่องระหว่างการตรวจ (Quiet Suite) โดยไม่ลดคุณภาพของภาพ และไม่เพิ่มเวลาในการตรวจ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ได้กับอวัยวะทุกส่วน และสามารถใช้ได้กับทุกเทคนิคในการตรวจ (SE, TSE, GRE, EPI รวมถึง DarkFluid, SWI, DVI และ BLADE) ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆทําได้บางเทคนิค หรือทําไม่ได้เลย

ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลปิยะเวท
Sola coil เบาที่สุด คนไข้ไม่รู้สึกหนักหรืออึดอัดเมื่อมีอุปกรณ์วางอยู่บนตัวระหว่างการตรวจ เพราะอุปกรณ์รับสัญญาณ Coil ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาที่สุดในตลาด เช่น anterior array coil หนักเพียง 0.73kg ทํางานได้เร็วที่สุด คนไข้ใช้เวลาในการตรวจสั้นที่สุด ด้วย AI-Based technology DotGO ทําให้สามารถแสกน MRI ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียวตลอดการตรวจ ช่วยลดเวลาในการ Planning ทําให้ Workflow ของ MRI ทําได้รวดเร็ว (Siemens Unique) ให้คุณภาพภาพที่ดีที่สุด คนไข้ได้รับความมั่นใจสูงสุด ในคุณภาพภาพที่ดีที่สุด ด้วย AI Based technology Dot Engine ในส่วนของ Brain, Spine, Shoulder, Hip, and Knee รวมถึง BioMatrix Technology ซึ่ง adapt การตรวจตาม Biology ของคนไข้ที่แตกต่างกัน ช่วยลดความซับซ้อนในการแสกน MRI ลดข้อผิดพลาดในการ สแกนและลดปัญหาเรื่องการตามกลับมาตรวจซ้ำได้ (Siemens Unique) ให้ภาพที่ consistency result ที่สุด

การตรวจ MRI ส่วน “สมอง” (MRI Brain)

การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI ของสมอง มีความปลอดภัยสูง ไม่มีรังสีเอกซ์ที่ร่างกายจะดูดซับได้ สามารถตรวจได้ทุกวัยแม้เด็กแรกเกิดจนถึงสตรีมีครรภ์ (กรณีที่ไม่เร่งด่วนไม่ควรเข้ารับการตรวจในระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์) และไม่พบว่ามีอันตรายใดๆ ต่อร่างกายอย่างมีนัยสําคัญ จึงเหมาะที่จะใช้ตรวจหาโรคในสมองได้โดยที่ยังไม่ต้องรอให้มีอาการ ถือเป็นวิธีการตรวจสุขภาพสมองได้ดี

การตรวจ MRI ส่วน "ตา หู จมูก และคอ" (MRI Neck)

มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยโรคในบริเวณตา หู จมูกและคอ ได้ เช่น ตรวจหาก้อนในบริเวณตา หู จมูกและคอ สามารถบอก ขนาด และขอบเขตของก้อนได้ชัดเจน ซึ่งจะมีผลต่อการรักษาและการพยากรณ์โรคได้

การตรวจ MRI ส่วน "หัวใจ" (Cardiac MRI)

โรคหัวใจยังคงเป็นโรคติดอันดับโรคอันตรายและยังเป็นโรคที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่รู้หรือไม่ว่า “โรคหัวใจ” สามารถตรวจได้โดย MRI เพื่อรับรู้และรักษาได้อย่างตรงจุดก่อนสายเกินแก้

แล้วใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ?

  • อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

  • มีอาการเครียดเป็นประจํา

  • ไม่ค่อยได้ออกกําลังกาย

  • รับประทานอาหารไขมันสูงบ่อยๆ

  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ / สูบบุหรี่

  • มีโรคประจําตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

  • มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

Cardiac MRT สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจชนิดต่างๆ เช่น

  • ตรวจหาการขาดเลือดของกล้ามเนื้อหัวใจหรือรอยแผลเป็นที่หัวใจ
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง
  • โรคหัวใจพิการแต่กําเนิด
  • โรคหัวใจวาย

การตรวจ MRI ส่วน "เต้านม" (MRI Breast)

การตรวจเต้านมด้วย MRI จะเป็นการช่วยเสริมในการให้ข้อมูลโรคของเต้านมเพิ่มเติม ดังนี้

  • ดูความผิดปกติเพิ่มเติมจากที่ตรวจพบโดยแมมโมแกรม
  • ตรวจเสริมในรายที่เต้านมมีความหนาแน่นมากและมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูง ผลการตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์แล้วไม่ชัดเจน
  • ตรวจดูความสมบูรณ์ของเต้านมที่เสริมไว้ (เช่น เต้านมที่เสริมไว้รั่วหรือแตก)
  • แยกระหว่างเนื้อเยื่อแผลเป็นและเนื้อมะเร็งที่กลับมาเป็นซ้ำหลังการผ่าตัดไปแล้ว
  • ตรวจหาตําแหน่งก้อนเนื้อที่มีหลายๆก้อนในเต้านม
  • ตรวจเสริมว่ามะเร็งเต้านมนั้นแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นหรือผนังทรวงอกหรือไม่
  • ใช้ติดตามผลการรักษาหลังผ่าตัดและหลังฉายรังสีรักษา

การตรวจ MRI ส่วน "ช่องท้อง" (MRI Abdomen)

MRI มีความไวในการตรวจหาก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งในช่องท้อง และยังสามารถสร้างภาพก้อนเนื้องอกได้อย่างชัดเจน อาการหรือโรคที่ MRI มีประโยชน์ที่จะช่วยในการวินิจฉัย ก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งในช่องท้อง มีดังนี้ 1. ตัวเหลืองตาเหลือง 2.เจ็บบริเวณชายโครง ท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็ว 3. ตรวจหามะเร็งตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ในผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี หรือ ซี

การตรวจ MRI ระบบทางเดินน้ำดี (MRCP)

MRCP (Magnetic resonance cholangiopancreatography) ให้ความแม่นยําในการบอกตําแหน่งที่มีการอุดตันทางเดินน้ำดี สูงถึง 99% โดยอาศัยหลักการของน้ำดีจะให้สัญญาณเป็นสีขาวในภาพ เนื้อเยื่ออื่นๆ รวมทั้งตับและไขมันจะให้สัญญาณที่มีสีดํา ทําให้สามารถศึกษารายละเอียดของทางเดินน้ำดีได้เป็นอย่างดี

การตรวจ MRI ส่วน "ระบบทางเดินปัสสาวะ" (MRI Urography) การตรวจระบบทางเดินปัสสาวะด้วยเครื่อง MRI ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ตรวจหานิ่วหรือความผิดปกติในทางเดินปัสสาวะ

  • สามารถตรวจหาตําแหน่งการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะได้
  • สามารถตรวจในคนที่ไตวายได้ (ในคนที่ไตวายจะไม่สามารถทํา CT Urography, IVP และ RPได้)
  • สามารถตรวจในคนท้องหรือเด็กเล็กๆได้ เพราะไม่มีรังสีเอกซ์
  • สามารถตรวจในคนที่แพ้อาหารทะเล ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะแพ้ สารทึบรังสีพวก lodine Contrasts ซึ่งใช้ฉีดเข้าเส้นเลือดในการทํา IVP (Intravenous pyelogram) และ RP (Retrograde pyelogram) และสามารถตรวจในผู้ที่เปลี่ยนไตแล้วได้

การตรวจ MRI ส่วน "กระดูกและข้อ" (MRI Musculoskeleton)

การตรวจ MRI มีข้อดีเหนือกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป เพราะสามารถให้รายละเอียดของกระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ และน้ำในข้อได้ดีกว่าการเอ็กซเรย์ปกติ หรือการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์

การตรวจ MRI ส่วน "กระดูกสันหลัง" (MRI Spine)

สามารถแสดงภาพกายวิภาคของตัวกระดูกสันหลัง , หมอนรองกระดูกสันหลัง , ไขสันหลัง , ช่องระหว่างตัวกระดูกสันหลังซึ่งมีเส้นประสาทลอดผ่านออกมาได้อย่างชัดเจนและแม่นยํา มีประโยชน์ต่อการตรวจวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังเป็นอย่างมาก

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ Computerized Tomography (CT Scan)

ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลปิยะเวท
ศูนย์ตรวจสุขภาพโรงพยาบาลปิยะเวท
การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ คือการตรวจสแกนร่างกายด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อหาความผิดปกติในบริเวณที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งจะฉายรังสีเอกซเรย์ตามร่างกายในบริเวณที่ต้องการตรวจ จากนั้นคอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและสร้างภาพอวัยวะส่วนนั้นๆ โดยสามารถทำการตรวจเก็บข้อมูลได้มากถึง 64 ภาพ ในการหมุนของหลอดเอกซเรย์ 1 รอบ ทำให้ได้ข้อมูลละเอียด ครอบคลุมอวัยวะที่ต้องการตรวจได้ครบในเวลาอันรวดเร็ว และยังสามารถนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมาสร้างภาพใหม่ได้ทั้ง 2 และ 3 มิติ ในระนาบต่างๆที่ต้องการ รวมทั้งสร้างเป็นภาพเคลื่อนไหว คือ 4 มิติได้ด้วย วิธีนี้แพทย์จะได้ภาพที่มีความละเอียดสูงกว่าการเอกซเรย์แบบธรรมดา และสามารถใช้ตรวจอวัยวะภายในร่างกายได้เกือบทุกส่วน เพื่อนำผลมาประกอบการวินิจฉัย และสามารถป้องกันรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที

ศูนย์ตรวจสุขภาพ ชั้น 3 เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่ เวลา 07.00 – 16.00 น.โทร : 02-129-5508