Thai TH English EN Arabic AR Chinese (Simplified) ZH-CN
ศูนย์อายุรกรรม

ข้อมูลทั่วไปศูนย์อายุรกรรมโรงพยาบาลปิยะเวท

ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคอายุรกรรม ตั้งแต่ภาวะการเจ็บป่วยเฉียบพลันจนถึงเจ็บป่วยเรื้อรังต่างๆ ด้วยการใช้ยาและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยในการตรวจวินิจฉัย รวมถึงการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ และหากวินิจฉัยเบื้องต้นแล้วมีความจำเป็นต้องส่งผู้ป่วยเพื่อให้ได้รับการรักษาเฉพาะทางของโรคนั้นๆ ทางศูนย์อายุรกรรมได้จัดเตรียมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาต่างๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพและครบวงจร โดยมีคลินิกให้บริการ ดังนี้

อายุรกรรมประสาท (Neurology Services)

  • ปวดศรีษะ (Headaches)
  • เวียนศรีษะบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ (Vertigo)
  • โรคของเส้นประสาท เช่น ชามือ ชาเท้า (Neuropathy)
  • โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต จากหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรือตัน (Stroke) STROKE  Fast Tract
  • ภาวะการนอนผิดปกติ (Sleep Disorders)  
  • โรคสมองเสื่อม (Dementia)
  • โรคลมชักหรืออาการวูบ (Epilepsy /seizure)  
  • อาการปวดที่เกี่ยวเนื่องกับระบบประสาท เช่น ปวดคล้ายไฟฟ้าช็อต/เข็มแทง ปวดแสบปวดร้อน (Neuropathic pain)
  • โรคการเคลื่อนไหวผิดปกติ และพาร์กินสัน (Movement Disorder & Parkinson’s Disease)
  • โรคของกล้ามเนื้อ เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ, กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Neuromuscular Diseases)
  • ศัลยกรรมสมอง (Brain Surgery)
  • เนื้องอกในสมอง (Brain Tumors)
  • การผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimal Invasive Neurosurgery)
  • อุบัติเหตุที่ศรีษะ (Head Injury)
  • โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ Vascular Neurosurgery : เส้นเลือดโป่งพองในสมอง (Cerebral aneurysm), เส้นเลือดขอดในสมอง (Arteriovenous malformation : AVM)
  • Functional Neurosurgery : การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมอง (Deep brain stimulation : DBS) , Epilepsy surgery
  • Pediatric Neurosurgery
  • Peripheral Nerve Surgery
  • Stereotactic Radiosurgery, Stereotactic Radiotherapy, Gamma Knife , Novalis 
  • การตรวจคอมพิวเตอร์สมอง (Computerized Tomography : CT Scan)
  • การตรวจสมองด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (Magnetic Resonance : MRI, MRA)
  • การตรวจหลอดเลือดที่คอ (Carotid Duplex Ultrasounds)
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าในสมอง (Electroencephalography: EEG)
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ (Electromyography : EMG)
  • การตรวจการนำกระแสประสาท (Nerve Conduction Study : NCS)
  • การตรวจหาความผิดปกติของการนอนหลับ (Polysomnography/ Sleep Test)
  • การตรวจหลอดเลือดในกะโหลกศีรษะ (Transcranial Doppler Ultrasounds : TCD) 
  • การฉีดสีเข้าเส้นเลือดสมอง (Cerebral Angiography)
  • รักษาโรคโลหิตจาง เช่น โรคโลหิตจางพันธุกรรม ธาลัสซีเมีย (Thalassemia disease) ,โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iran deficiency anemia) ,โรคโลหิตจางจาการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดง (Hemolytic anemia) เช่น จากภูมิต้านทาน (Autoimmune Hemolytic anemia) ,จากการขาดเอนไซม์ G6PD (G6PD deficiency Anemia) ฯลฯ และ โรคโลหิตจางจากโรคเรื้องรัง (Anemia of Chronic disease)
  • รักษาโรคไขกระดูก/โรคไขกระดูกฝ่อ (Aplastic Anemia) ,โรคไขกระดูกเสื่อม (Myelodysplastic syndrome) ,โรคไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดสูงผิดปกติ (Myeloproliferative Neoplasm) เช่น สร้างเม็ดเลือดแดงสูงผิดปกติ (Polycythemia Vera), สร้างเกร็ดเลือดสูงผิดปกติ (Essential Thrombocythemia) และโรคพังผืดในไขกระดูก (Primary Myelofibrosis)
  • โรคเม็ดเลือดสูงจากภาวะอื่นๆ เช่น เม็ดเลือดแดงสูงผิดปกติ (Secondary polycythemia), เม็ดเลือดขาวอีโอสิโนฟิวส์สูงผิดปกติ (Secondary eosinophilia), เกล็ดเลือดสูงผิดปกติ (Secondary thrombocytosis) และ เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ (Reactive leukocytosis)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ชนิดเฉียบพลัน (Acute Lymphoblastic Leukemia, Acute Myeloblastic Leukemia)
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ชนิดเรื้อรัง (Chronic Myelocytic Leukemia, Chronic Lymphocytic Leukemia)
  • โรคมะเร็งไขกระดูกมัยอิโลมา (Multiple Myeloma)
  • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)   
  • โรคเลือดไหลไม่หยุด  เช่น ฮีโมฟิเลียเอ, บี (Hemophilia A, B ฯลฯ)
  • โรคเกร็ดเลือดต่
  1. การดูแลรักษาโรคมะเร็ง
    – การให้คำปรึกษาเพื่อเฝ้าระวัง(Prevention)
    – ตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง(Screening)
    – การวินิจฉัยโรค(Diagnosis)
    – ให้คำปรึกษาการฉายรังสี(Radiotherapy)
    – การดูแลแบบประคับประคอง(Palliative Care )
  2. การดูแลรักษาโดยให้เคมีบำบัด(Chemo therapy)
    – การรักษาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (Targeted therapy)
    – การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดImmunotherapy
    – ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยต่อเรื่องการดูแล
    – การปรับยาและหัตถการบรรเทาปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  3. การบริการอื่น
    – การดูแลแผลเปิดของลำไส้ใต้บริเวณหน้าท้อง
    – การให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ
    – การให้ความช่วยเหลือด้านสภาวะจิตใจ
    – การดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • ความผิดปกติเกี่ยวกับสมดุลของกรดด่าง และเกลือแร่ในร่างกาย
  • ไตวายเฉียบพลัน
  • โรคไตเรื้อรัง โรคไตที่เกิดจากภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตอักเสบ โรคถุงน้ำที่ไต กลุ่มอาการอัลปอร์ต ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ฯลฯ
  • การชะลอการเสื่อมของไต ด้วยการควบคุมสาเหตุของโรคไต เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไตอักเสบ โรคถุงน้ำในไต โรคนิ่วที่ไต การสูบบุหรี่ และการควบคุมระดับโปรตีนที่รั่วออกมากับปัสสาวะ
  • การรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะเลือดจาง ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ
  • การบำบัดทดแทนไต
  • บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ไตวายเฉียบพลันและผู้ป่วยวิกฤติ
  • บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำเหลือง (Plasmapheresis)
  • บริการฟอกเลือดในผู้ป่วยที่มีสารพิษคั่งในกระแสเลือด
  • บริการผ่าตัดเส้นเลือดพิเศษสำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • บริการแก้ไขปัญหาของเส้นเลือดพิเศษสำหรับฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
  • บริการข้อมูลในการดูแลตนเองในผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
  • บริการข้อมูลในด้านการปฏิบัติตัวทางด้านอาหารและยาในผู้ป่วยโรคไต
  • บริการตรวจวัดประสิทธิภาพการทำงานของไต
  • บริการปรึกษาและรักษาภาวะไตวายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมโรคไต
  • การผ่าตัดปลูกถ่ายไต
  • การตรวจทางรังสีวิทยา : การอัลตราซาวนด์ไต (Renal Ultrasound) การตรวจไตโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (Kidney Dopplers) การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Angiography) การตรวจทางนิวเคลียร์ (Renal scan)
          • เพื่อตรวจสอบการอุดตันในทางเดินปัสสาวะ (เช่น นิ่วในไต)
          • เพื่อประเมินขนาดของไต
          • เพื่อตรวจสอบโรคถุงน้ำในไต
          • เพื่อตรวจหาอาการอื่นๆ อาทิ อาการหลอดเลือดแดงที่ไตตีบตัน
  • การตรวจวินิจฉัยและรักษาความผิดปกติของถุงน้ำดี ผ่านการส่องกล้อง (ERCP)เช่น มะเร็งท่อน้ำดี ภาวะท่อน้ำดีอุดตัน เป็นต้น
  • การตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคระบบทางเดินอาหารโดยการส่องกล้อง (GI Endoscopy)
  • การส่องกล้องตรวจหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กส่วนต้น (Gastroscopy) เพื่อดูการเคลื่อนไหวและความผิดปกติ รวมถึงตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori ในกระเพาะอาหาร
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพื่อดูความผิดปกติของเยื่อบุลำไส้และผนังลำไส้ การบีบตัวของลำไส้จนถึงส่วนต้นของลำไส้ใหญ่ หรือส่วนต่อของลำไส้กับลำไส้เล็ก
  • การส่องกล้องเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Sigmoidoscopy)
  • การตัดชิ้นเนื้อที่ยื่นผิดปกติในทางเดินอาหาร (Polypectomy)
  • การใส่สายให้อาหารผ่านกล้องส่องตรวจ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยา (PEG : Percutaneous Endoscopic Gastrostomy)
  • การรักษาภาวะเลือดออกจากเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร
  • การตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารด้วยการใช้แคปซูล(Gastrointestinal Wireless Capsule Endoscopy) เป็นการตรวจวินิจฉัยแนวใหม่เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในส่วนที่ลึกที่สุดของลำไส้เล็ก โดยการกลืนแคปซูลเพื่อบันทึกภาพส่วนต่างๆของระบบทางเดินอาหาร จากนั้นแพทย์จะนำภาพและข้อมูลดังกล่าวไปวิเคราะห์ เพื่อให้การรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และถูกต้อง ตามสาเหตุของโรคต่อไป
  • การดูดและการเจาะตรวจชิ้นเนื้อตับ Liver Biopsy เพื่อนำเนื้อเยื่อและเซลล์ตับมาวิเคราะห์ ในกรณีที่มีก้อนในตับหรือสงสัยว่าเป็นมะเร็งตับ รวมถึงการอักเสบของตับ
  • การใช้เทคนิคในการรักษา โดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น การห้ามสภาวะเลือดออกเฉียบพลัน จากทางเดินอาหารและตับ
  • การรักษาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ด้วยการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดโรคตับ ท่อน้ำดี ถุงน้ำดี การผ่าตัดโรคหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่
  • โรคแพนิก เป็นโรคตื่นตระหนก เกิดขึ้นจากระบบประสาทอัตอิสระมีการทำงานที่ไวต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้มีอาการแพนิก ได้แก่ หัวใจเต้นเร็ว หายใจติดขัด จุกแน่น เวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม หรือเหมือนกับจะถึงชีวิต มักจะเกิดขึ้นเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีเรื่องกดดันหรือถูกกระตุ้นให้ตื่นตัว
  • โรควิตกกังวล จะมีทั้งอาการทางกายและทางจิตแสดงออกร่วมกัน อาการทางกาย ได้แก่ หัวใจเต้นแรง หายใจลำบาก ปวดหัว มีอาการสั่น ฯลฯ ส่วนอาการทางจิต คือความรู้สึกหวาดกลัว กระสับกระส่าย อยู่นิ่งไม่ได้ รู้สึกเครียด และมองหาสัญญาณอันตรายของตัวเองอยู่ตลอดเวลา
  • โรคซึมเศร้า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีอาการหดหู่ ท้อแท้ เบื่อหน่าย รู้สึกไม่มีคุณค่าในตนเอง บางรายอาจไม่รู้สึกเศร้าแต่จะเบื่อหน่ายทุกอย่างรอบตัว และไม่รู้จะอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ความสำคัญของโรคนี้คือผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษามีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูง หากมีอาการของโรคซึมเศร้านานเกิน 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่
  • โรคไบโพลาร์ หรือโรคอารมณ์สองขั้ว เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ของผู้ป่วยมีลักษณะอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปมาระหว่าง ช่วงซึมเศร้าและช่วงที่อารมณ์ดีเกินปกติ (ช่วงแมเนีย) โดยในช่วงซึมเศร้าจะมีอาการหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวัง อาการช่วงนี้จะเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อาการจะคงอยู่ติดต่อกันนานหลายเดือนแล้วหายไปเหมือนคนปกติก่อนจะเข้าสู่ช่วงอาการแมเนีย ซึ่งจะมีอารมณ์คึกคัก มีพลัง อยากทำหลายอย่าง กระฉับกระเฉง นอนน้อย ใจดี มนุษย์สัมพันธ์ดี อารมณ์ดี แต่มีปัญหาในเรื่องของการควบคุมอารมณ์ของตนเอง เมื่อมีคนขัดใจผู้ป่วยจะฉุนเฉียวมาก หงุดหงิดง่าย ควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้เลย
  • โรคเครียด เป็นภาวะที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากเหตุการณ์ร้ายแรง ซึ่งภาวะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของร่างกายและจิตใจ ผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ซึ่งก่อให้เกิดความเครียด จะเกิดอาการเครียดประมาณหนึ่งเดือน หากเกิดอาการนานกว่านั้นจะกลายเป็นโรคเครียดหลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ (Posttraumatic Stress Disorder: PTSD)
  • โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นอาการอย่างหนึ่งที่พบได้ในโรคทางกายหลายชนิด โรคทางจิตเวชหลายโรค หรืออาจมีสาเหตุจากยาบางชนิด จากสารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง เช่น สารคาเฟอีนที่มีอยู่ในชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง นอกจากนี้การดื่มสุราอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ก็จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้เช่นเดียวกัน
  • โรคจิตเภท ผู้ป่วยจะมีอาการประสาทหลอน หูแว่ว มีภาพหลอนเกิดขึ้น และจะแสดงออกโดยการพูดคนเดียว หัวเราะคนเดียว มีความหลงผิดหรือหวาดระแวง เป็นนานเกิน 6 เดือน หากเป็นแล้วไม่รักษาตั้งแต่ต้น หรือปล่อยทิ้งไว้นาน จะทำให้การรักษามีความยุ่งยาก และผลการรักษาไม่ดีนัก โรคจิตเภทเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาจะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น แต่จะต้องใช้ยาไปตลอดชีวิต ปัญหาของโรคนี้คือผู้ป่วยบางรายเมื่อพบว่าตนเองอาการดีขึ้น มักคิดว่าหายแล้วและหยุดใช้ยา ทำให้อาการกำเริบขึ้นมาอีก
  • ติดยาเสพติด ผู้ป่วยที่ต้องการเลิกยาเสพติดและไม่สามารถเลิกด้วยตัวเองได้ สามารถมารับคำแนะจากแพทย์และวางแผนการใช้ยาในการรักษาเพื่อเลิกยาได้ เพราะการมีแพทย์คอยให้คำแนะนำจะทำให้แผนการเลิกยาเสพติดสำเร็จได้มากขึ้น
  • ปัญหาชีวิตคู่ หลายคนอาจจะคิดว่าการมาพบจิตแพทย์จะต้องมีเป็นโรคทางจิตเวชเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาชีวิตคู่ก็เป็นปัญหาสำคัญที่จิตแพทย์สามารถให้คำปรึกษาและให้คำแนะนำในการปรับตัวของสามีภรรยาได้ การได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจอุปนิสัยและเรียนรู้กันได้มากขึ้น
  • ปัญหาสุขภาพทางเพศ ปัญหาสุขภาพทางเพศหลายปัญหา เกิดขึ้นในระดับจิตใต้ลำนึกของคนไข้ ต้องแก้ด้วยการรับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ หรือนักจิตบำบัด เช่น อาการจิ๋มล็อก (Vaginismus) เป็นอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อที่อุ้งเชิงกรานผู้หญิงเกิดการหดเกร็งในขณะมีเพศสัมพันธ์ ทำให้สอดใส่ไม่ได้ หรือการที่สามีภรรยาไม่สามารถร่วมเพศกันได้ ภรรยารังเกียจการมีเพศสัมพันธ์กับสามี ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้หากได้เข้ารับการรักษาจะช่วยให้คนไข้มีความสุขในชีวิตคู่ได้มากขึ้น
  • ผู้ป่วยระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลและให้คำปรึกษากับผู้ป่วยในระยะสุดท้าย เมื่อผู้ป่วยมีภาวะที่ยากลำบากต่อการปรับตัวต่อการรับรู้ในภาวะที่ตนเองเป็น และแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ได้ เช่น ปัญหาระหว่างบุคคล ปัญหาส่วนตัว ปัญหาอาการเจ็บป่วยที่กำลังทรุดหนัก ซึ่งอาจจะกระทบจิตใจรุนแรงถึงขั้นเป็นภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล มีอาการเพ้อ สับสน นอนไม่หลับ มีความคิดทำร้ายตนเองหรือผู้อื่นได้
  • โรคข้ออักเสบรูมาติสซั่ม (Rheumatoid arthritis)
  • โรคแพ้ภูมิตัวเอง / โรคลูปัส (Systemic lupus erythematosus หรือ SLE)
  • โรคเกาต์ / โรคเกาต์เทียม (Gout / Pseudo gout)
  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)
  • โรคหนังแข็ง (Scleroderma)
  • โรคเนื้อเยื่ออ่อน และรูมาติกเฉพาะที่ (Soft tissue Rheumatism) เช่น ถุงน้ำบริเวณข้ออักเสบ , เส้นเอ็นอักเสบ

ศูนย์โรคต่อมไร้ท่อและเบาหวาน เป็นศูนย์ที่ให้การรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน และต่อมไร้ท่อโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีมวิทยากรเบาหวาน ทีมร่วมให้คำปรึกษา พยาบาลซึ่งได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทาง นักโภชนาการ พร้อมทีมแพทย์ร่วมรักษาจากทุกสาขา ดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

  • อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ทันสมัย มีมาตรฐานระดับโลก การเชื่อมต่อข้อมูลทางการแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • ให้การวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคระบบต่อมไร้ท่อ
  • ประเมินภาวะความเสี่ยงก่อนการเป็นเบาหวาน
  • แนะนำวิธีควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคนปกติเพื่อป้องกันการเกิดภาวะโรคแทรกซ้อน
  • ให้ความรู้และดูแลคุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
  • คลินิกลดน้ำหนักเพื่อป้องกันโรคเบาหวานและความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ
  • ดูแลรักษาและป้องกันผู้ป่วยเบาหวานจากโรคแทรกซ้อน เช่น โรคทางระบบหลอดเลือด โรคแทรกซ้อนทางระบบประสาท การเกิดแผล เป็นต้น
  • ให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  • ให้ความรู้กับครอบครัว ญาติในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานอย่างถูกต้อง
  • ให้บริการโปรแกรมตรวจสุขภาพเบาหวานประจำปี
  • เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้ตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาล:
  • การฟื้นฟูและติดตามผลการรักษา : ให้การติดตามผลดูแลผู้ป่วยเบาหวานในระยะยาว โดยทีมแพทย์ร่วมรักษาเฉพาะทาง อาทิ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตา โรคระบบหลอดเลือด โรคติดเชื้อ โรคไต แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักโภชนาการ มีกิจกรรมสันทนาการสำหรับกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน และญาติให้ได้แลกเปลี่ยนความรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เป็นการตรวจเพื่อสังเกตการทำงานของร่างกายขณะนอนหลับ ผลการตรวจช่วยการวินิจฉัยโรคและประเมินระดับความรุนแรงของโรคได้ เช่น โรคหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น การกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆ และพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างการนอนหลับ ข้อมูลที่ได้จะนำมาพิจารณาวางแผนหรือติดตามการรักษาให้ถูกต้องได้

  • ภาวะนอนกรน,หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive sleep apnea) 
  • ภาวะนอนไม่หลับ (Insomnia) 
  • ภาวะนาฬิกาชีวิตแปรปรวน (Circadian Rhythm Sleep-Wake disorders)
  • ภาวะนอนละเมอ(Parasomnia)
  • ภาวะนอนกัดฟัน (Sleep related bruxism)
  • ภาวะการเคลื่อนไหวและพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ
  • ภาวะนอนขากระตุก (Periodic leg movements during sleep)
  • ภาวะขาอยู่ไม่สุขขณะหลับ (Restless legs syndrome)
  • ภาวะง่วงนอนมากในช่วงกลางวัน (Excessive daytime sleepiness) 
  • ภาวะลมหลับ (Narcolepsy)

การวินิจฉัยและเครื่องมือ

  1. ให้การวินิจฉัยภาวะโรคความผิดปกติที่เกิดจากการนอนหลับโดยอาศัยเครื่องตรวจการนอนหลับ (polysomnogram/sleep lab) และ Multiple Sleep Latency Test (MSLT) ซึ่งใช้วิเคราะห์โรคลมหลับ โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์
  2. 2.ให้การประเมินโรคความผิดปกติทางการนอนหลับโดยอาศัยแบบสอบถามเป็นตัวคัดกรอง  เช่น STOB BANG (คัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น), Edward Sleepiness scale​/ ESS  (แบบประเมินความง่วงนอนกลางวัน), แบบสอบถามที่เกี่ยวกับภาวะนอนไม่หลับ, ตารางบันทึกเวลานอน (sleep diary)  เป็นต้น
  3. ให้บริการคำปรึกษาและคำแนะนำการใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก(CPAP) เพื่อใช้รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA)

การเตรียมตัวก่อนตรวจ

  1. อาบน้ำสระผมให้สะอาดก่อนมาเข้ารับการตรวจ และไม่ใช้น้ำมันสเปรย์ใส่ผม
  2. งดการหลับในเวลากลางวัน ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เคยทำประจำ
  3. ก่อนการตรวจชั่วโมง ผู้ป่วยควรดื่มน้ำให้น้อยลง และรับประทานอาหารเย็นให้เรียบร้อยก่อนมาตรวจ
  4. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการตรวจ 24 ชั่วโมง
  5. งดดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มกระตุ้นประสาทก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 12 ชั่วโมง
  6. ถ้ามียาที่ต้องทานเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าจำเป็นต้องงดหรือไม่
  7. ผู้ชายควรโกนหนวดให้เรียบร้อยก่อนมาตรวจ ผู้หญิงควรงดแต่งหน้าและทาเล็บ
  8. เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัวที่จำเป็น เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สำหรับล้างหน้าตอนเช้า ไม่ควรนำเครื่องประดับหรือของมีค่าติดตัวมาด้วย

รายละเอียดการตรวจ

  1. เป็นการตรวจที่ผู้ป่วยต้องมาพักค้างคืนที่โรงพยาบาลในช่วงเวลากลางคืน
  2. มีการติดอุปกรณ์ที่ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของร่างกายระหว่างการตรวจ
  3. ในระหว่างการตรวจจะมีการบันทึกวีดีโอ เพื่อสังเกตท่าทางการนอน และความผิดปกติทางพฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นขณะหลับ
  4. ในห้องควบคุมจะมีคอมพิวเตอร์รับสัญญาณที่ส่งมาจากผู้ป่วย เช่น คลื่นสมอง การหายใจ ค่าออกซิเจนในเลือด เป็นต้น รวมถึงภาพวีดีโอซึ่งเจ้าหน้าที่จะค่อยควบคุมการบันทึกให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้แพทย์เพื่อใช้ในการแปลผล
  5. การทดสอบนี้เป็นเพียงการรับสัญญาณตามธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ เช่น  คลื่นสมอง การหายใจเข้าออก การกลอกตาขณะหลับ การเคลื่อนไหวของทรวงอกและหน้าท้อง เสียงกรน ท่านอน แรงดึงตัวของกล้ามเนื้อ คลื่นไฟฟ้าหัวใจและระดับออกซิเจน หรือคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
  6. การติดอุปกรณ์เพื่อรับสัญญาณไฟฟ้า จะเป็นเพียงแค่การใช้สายโลหะสัมผัสและยึดติดกับบริเวณผิวหนังในบริเวณต่างๆของร่างกายด้วยพลาสเตอร์จะไม่มีการเจาะหรือฝังอุปกรณ์ใดๆเข้าร่างกาย และจะไม่มีการส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือคลื่นใดๆเข้าร่างกาย
  7. ในผู้ป่วยบางรายที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการหยุดหายใจขณะหลับ เนื่องจากทางเดินหายใจส่วนต้นยุบตัวรุนแรง เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปลุกเพื่อสวมหน้ากากที่ต่อกับอุปกรณ์สร้างแรงดันบวก CPAP (ซีแผบ) เพื่อหาแรงดันที่เหมาะสม

ภาพบรรยากาศภายในศูนย์อายุรกรรม

แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน

ศูนย์อายุรกรรม ชั้น G โรงพยาบาลปิยะเวท เปิดทุกวัน เวลา 07.00-19.00 น. โทร : 061-397-9275