Thai TH English EN Arabic AR Chinese (Simplified) ZH-CN
นพ. ตนัย ตรงกมลธรรม

นพ. ตนัย ตรงกมลธรรม

ความเชี่ยวชาญ : กุมารเวชศาสตร์ประสาทวิทยา
ศูนย์กุมารเวชกรรมโรงพยาบาลปิยะเวท

ข้อมูลแพทย์

ภาวะชักจากไข้ คืออะไร?

  • คือภาวะชักที่เกิดจากไข้ เป็นสาเหตุของอาการชักที่พบได้บ่อยที่สุด ภาวะนี้จะเกิดในเด็ก ที่มีอายุ 6 เดือน – 5 ปี โดยมีความชัก ร้อยละ 2-4 และพบบ่อยที่สุดที่อายุ 12-18 เดือน สิ่งสำคัญคือภาวะนี้ต้องไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อของระบบประสาทหรือเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น เลือดออกในสมอง ความผิดปกติของเกลือแร่ และน้ำตาล เป็นต้น

สาเหตุ

  • ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด แต่เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับการที่สมองเด็กยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ การติดเชื้อไวรัสบางอย่างเช่น ไข้ผื่นกุหลาบ และวัคซีนบางชนิด โดยปัจจัยทางพันธุกรรมมีความสำคัญมากที่สุด เช่น เด็กที่มีคนในครอบครัวหรือญาติสายตรงมีประวัติ ชักจากไข้ จะมีโอกาสชักจากไข้มากขึ้น ร้อยละ 10-20 ปัจจุบันเราพบว่ายีนบางยีนก็มีความเกี่ยวข้องกับภาวะนี้

อาการและการแสดง

  • เด็กจะมีไข้ ร่วมกับอาการชักเกร็งกระตุก โดยจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบแรกจะเรียกว่า simple febrile siezure อาการชักจะเป็นแบบชักเกร็งกระตุกของแขนขาทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน (generalized siezure) ชักไม่เกิน 15 นาทีและสามารถหยุดชักได้เองโดยส่วนใหญ่มักไม่เกิน 5 นาที ไม่มีชักซ้ำ แต่มีคนไข้ส่วนหนึ่งที่มีอาการชักแบบเฉพาะที่ (focal seizure) ชักนานกว่า 15 นาที และชักซ้ำภายใน 24 ชั่วโมงได้ซึ่งแบบหลังทางการแพทย์จะเรียกว่า complex febrile seizure

อาการที่บ่งบอกว่าอาจไม่ใช่ภาวะไข้ชัก

  • ลักษณะการชักเป็นแบบเฉพาะที่ (focal seizure) ชักซ้ำ ชักนาน เด็กซึม อาเจียนเยอะ หรือ ตรวจพบความผิดปกติทางระบบประสาท รวมถึงพัฒนาการล่าช้า

การวินิจฉัย

  • พิจารณาจากประวัติและการตรวจร่างกาย เป็นหลัก โดยต้องให้การวินิจฉัยแยกโรคอื่นออกไปก่อน เช่น การติดเชื้อทางระบบประสาท ภาวะเลือดออกในสมอง หรือความผิดปกติทางเมตาบอลิ เป็นต้น
  • ในเด็กเล็กโดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 12 เดือน การตรวจร่างกายอาจจะไม่เที่ยงตรง จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจน้ำไขสันหลังเพื่อวินิจฉัยแยกโรคการติดเชื้อทางระบบประสาทซึ่งเป็นภาวะที่อันตราย ยกเว้น ในเด็กที่อาการทั่วไปดูดี ไม่ซึม และมีประวัติได้รับวัคซีน Hib หรือ Pneumococcus ครบ

การเจาะเลือด

  • เพื่อหาความผิดปกติทางเมตาบอลิ เช่น น้ำตาล โซเดียม แคลเซียม เป็นต้น

การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง

  • อาจพิจารณาทำในกรณี complex febrile seizure ในผู้ป่วยมีอาการชักซ้ำโดยไม่มีไข้ร่วมด้วย ตรวจร่างกายพบความผิดปกติทางระบบประสาทรวมถึงพัฒนาการล่าช้า อายุไม่อยู่ในช่วง 6 เดือนถึง 5ปี หรือมีอาการชักจากไข้ตั้งแต่ 4 ครั้งขึ้นไป

การทำ CT scan หรือ MRI สมอง?

  • ไม่มีความจำเป็นต้องทำในกรณี simple febrile seizure ยกเว้น จะพิจารณาทำก่อนการเจาะตรวจน้ำไขสันหลัง หรือตรวจร่างกายพบความผิดปกติทางระบบประสาท

การรักษา

  • ส่วนใหญ่เด็กที่หยุดชักแล้ว มักจะไม่ชักซ้ำ การรักษาคือการให้ยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ รักษาสาเหตุของไข้ ไม่จำเป็นต้องให้ยากันชัก ยกเว้น ถ้าอาการชักยังดำเนินต่อมากกว่า 5 นาที

มีโอกาสชักซ้ำรึไม่?

  • มีโอกาสชักซ้ำโดยมีความเสี่ยงประมาณ 30-35%  โดยถ้ามีความเสียงดังต่อไปนี้จะมีโอกาสชักซ้ำเพิ่มขึ้น  (1) อายุน้อยกว่า 1 ปี (2) ญาติสายตรงมีประวัติไข้ชัก (3) ชักขณะไข้ต่ำ และ (4) ชักหลังจากมีไข้ไม่กี่ชั่วโมง

จะมีผลต่อพัฒนาการหรือไม่?

  • ภาวะนี้ไม่ได้มีผลต่อพัฒนาการหรือความฉลาดของเด็ก

เป็นลมชักในอนาคต

  • มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคลมชัก ลักษณะชักแบบ complex febrile siezure หรือมีพัฒนาการล่าช้า
  • หลังจากอายุ 5-6 ปี ภาวะดังกล่าวจะหายได้เอง ถ้ายังคงชักอยู่จะต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง 

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • ตั้งสติ จับผู้ป่วยตะแคงหรือหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่งเพื่อป้องกันการสำลัก สังเกตลักษณะการชักรวมถึงระยะเวลา ไม่แนะนำให้เอานิ้วหรือสิ่งของใส่เข้าไปในปากเพื่อป้องกันการกัดลิ้น เนื่องจากอาจเกิดการบาดเจ็บที่มากขึ้นร่วมกับเพิ่มความเสี่ยงการสำลักเข้าหลอดลม เมื่อหยุดชักหรือชักเกิน 5 นาที รีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรเรียกรถพยาบาล

แนวทางป้องกัน ถ้าผู้ป่วยเริ่มมีไข้

  • ให้รับประทานยาลดไข้ ร่วมกับเช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็น โดยเช็ดย้อนรูขุมขน จากล่างขึ้นบน ปลายมือปลายเท้าเข้าหาลำตัว ใช้ผ้าอีกผืนประคบบริเวณที่มีเส้นเลือดใหญ่ไหลผ่าน คือ บริเวณรักแร้ และขาหนีบ เป็นการลดความร้อนในตัวได้ดี

กินยากันชักป้องกันได้หรือไม่?

  • ปัจจุบันยังไม่แนะนำให้กินยากันชักป้องกันช่วงมีไข้ เนื่องจากยามีผลข้างเคียงต่อเด็กและไม่ได้ป้องกันการเกิดโรคลมชักในระยะยาว ทั้งนี้อาจจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป