การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม (Mammogram)
การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คัดกรองมะเร็งเต้านม
โดย: โรงพยาบาลปิยะเวท
วันที่เผยแพร่: 18 กันยายน 2569
ทำความรู้จักกับการตรวจแมมโมแกรม

การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) คือ การเอกซเรย์เต้านมซึ่งใช้ปริมาณรังสีขนาดต่ำ ทำให้เห็นภาพเนื้อเยื่อภายในเต้านมว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การตรวจในผู้ที่ไม่มีอาการ (Screening) และการตรวจในผู้ที่มีอาการ (Diagnosis) เช่น คลำเจอก้อนหรือมีการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนังบริเวณเต้านม
แนะนำให้ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไปเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แม้ว่าจะไม่มีอาการใด ๆ ก็ตาม เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก
กลุ่มเสี่ยงและข้อดีของการตรวจ

กลุ่มใดบ้างที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านม
- ผู้หญิงที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม (มารดา, พี่สาว, น้องสาว, บุตรสาว)
- ผู้ที่เคยรับการฉายแสงบริเวณหน้าอกเพื่อรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่น
- ผู้ที่รับยาฮอร์โมนอย่างเป็นประจำ หรือผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว 1 ข้าง
- ผู้ที่ได้รับการเจาะตรวจชิ้นเนื้อพบภาวะความผิดปกติของเนื้อเยื่อที่ท่อน้ำนม (Atypical ductal hyperplasia)
ข้อดีของการตรวจแมมโมแกรม
- สามารถตรวจพบเนื้องอกหรือความผิดปกติที่มีขนาดเล็กได้ตั้งแต่ระยะแรกที่ยังไม่แพร่กระจาย
- ไม่มีรังสีตกค้างในตัวผู้ป่วยและไม่มีผลข้างเคียงรุนแรงจากการตรวจ
ข้อควรทราบ ช่วงเวลา และข้อจำกัดในการตรวจ

- ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด: ช่วงใกล้มีประจำเดือนเต้านมจะคัดตึงตามธรรมชาติทำให้เจ็บเวลากด ดังนั้น ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 7-14 วันหลังมีประจำเดือน
- ข้อห้ามและข้อควรระวัง: หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่มีความเป็นไปได้ในการตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากรังสีอาจส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์
- ข้อจำกัดในผู้หญิงอายุต่ำกว่า 40 ปี: เนื้อเยื่อเต้านมมีความหนาแน่นสูง อาจทำให้แปลผลคลาดเคลื่อนได้ แพทย์จึงมักแนะนำให้ทำอัลตราซาวด์ทดแทนหรือทำควบคู่กัน
ผลหลังการตรวจและการอ่านค่าด้วยระบบไบแรดส์ (BIRADS)
การอ่านผลตรวจตามมาตรฐานสากลเรียกว่า ไบแรดส์ (BIRADS) แสดงด้วยตัวเลขเพื่อประเมินความรุนแรงและแนวทางปฏิบัติ:
- BIRADS 0: ไม่สามารถแปลผลได้ ต้องถ่ายภาพเพิ่มเติมหรือตรวจแมมโมแกรมซ้ำ
- BIRADS 1: ไม่พบสิ่งผิดปกติ ควรตรวจประจำทุกปี
- BIRADS 2: พบก้อนเนื้อหรือสิ่งผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็ง ควรตรวจประจำทุกปี
- BIRADS 3: พบความผิดปกติที่อาจไม่ใช่มะเร็ง ควรตรวจติดตามทุก 6 เดือน
- BIRADS 4 & 5: พบความผิดปกติน่าสงสัยว่าเป็นมะเร็ง แพทย์จะสั่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อยืนยัน
- BIRADS 6: ยืนยันผลชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็ง เข้าสู่กระบวนการรักษาตามขั้นตอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ หรือติดตามข่าวสารของทางโรงพยาบาล