Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
Hotline

กลุ่มอาการครูป (Croup Syndrome)

22 มิ.ย. 2566

กลุ่มอาการครูป (Croup)

กลุ่มอาการครูป (Croup) หรือภาวะกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบ (Laryngotracheobronchitis) เป็นภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน โดยเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza virus) การติดเชื้อดังกล่าวทำให้เกิดการบวมและการอุดกั้นของทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เนื่องจากทางเดินหายใจของเด็กมีขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่ จึงเกิดการอุดกั้นได้ง่าย

อาการ

อาการมักเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล และมีไข้ หลังจากนั้นประมาณ 1–3 วัน การอักเสบจะลุกลามลงไปยังกล่องเสียงและหลอดลม ทำให้เกิดอาการบวมและอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้เด็กมีอาการดังต่อไปนี้

  • หายใจลำบาก
  • หายใจมีเสียงดัง (Stridor)
  • ไอมีเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า
  • เสียงแหบ
  • หายใจเหนื่อย

ในรายที่อาการรุนแรง อาจพบอาการอุดกั้นทางเดินหายใจชัดเจน เช่น

  • หายใจจมูกบาน
  • กล้ามเนื้อหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ตัวเขียวจากภาวะขาดออกซิเจน
  • ได้ยินเสียงหายใจผิดปกติเมื่อฟังปอด

ระดับความรุนแรงของโรค

ความรุนแรงของกลุ่มอาการครูปแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากภาวะหายใจลำบาก สีผิว ระดับออกซิเจนในเลือด ลักษณะการไอ ระดับความรู้สึกตัว และเสียงลมที่ผ่านเข้าสู่ปอด

1. ความรุนแรงน้อย (Mild Croup)

  • เด็กรับประทานอาหารได้ตามปกติ
  • ยังสนใจบุคคลและสิ่งแวดล้อม
  • ไอเสียงก้องเป็นบางครั้ง
  • ไม่มีเสียง Stridor ขณะพัก
  • ไม่มีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ

2. ความรุนแรงปานกลาง (Moderate Croup)

  • ไอเสียงก้องเกือบตลอดเวลา
  • มีเสียง Stridor ขณะพัก
  • มีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
  • ไม่มีอาการกระสับกระส่าย

3. ความรุนแรงมาก (Severe Croup)

  • ไอเสียงก้องชัดเจน
  • มีเสียง Stridor ขณะพัก
  • หายใจอกบุ๋ม
  • กระสับกระส่าย
  • ระดับความรู้สึกตัวลดลง อ่อนเพลีย ไม่สนใจสิ่งรอบตัว

อาการที่ควรรีบพบแพทย์ทันที

  • หายใจเข้า–ออกมีเสียงดังหรือเสียงสูงผิดปกติ
  • หายใจเร็วหรือหายใจลำบากมากขึ้น
  • น้ำลายไหลหรือกลืนลำบาก
  • ดื่มนมหรือน้ำไม่ได้ ไม่มีแรง กระวนกระวาย
  • ริมฝีปาก เล็บ หรือปลายมือปลายเท้าเป็นสีเทาหรือม่วง
  • มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ลิ้นแห้ง ปัสสาวะน้อย

สาเหตุ

ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไวรัสพาราอินฟลูเอนซา เด็กอาจติดเชื้อจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัส หรือจากการสัมผัสของเล่นและพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า นอกจากนี้ อาการคล้ายครูปอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น

  • โรคภูมิแพ้
  • การสูดดมสารระคายเคือง
  • ภาวะกรดไหลย้อน
  • สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ

การวินิจฉัย

  • ฟังเสียงหายใจบริเวณหน้าอกด้วยหูฟัง
  • ตรวจภายในลำคอเพื่อดูการบวมแดง
  • เอกซเรย์บริเวณคอ เพื่อตรวจสอบการตีบแคบของหลอดลมหรือสิ่งแปลกปลอม

การรักษา: แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ

ความรุนแรงน้อย

  • รักษาตามอาการ
  • ให้ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ หรือยาขยายหลอดลมตามดุลยพินิจแพทย์
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • สามารถดูแลที่บ้านได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์

ความรุนแรงปานกลาง

  • แนะนำให้รักษาในโรงพยาบาล
  • เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
  • พ่นยาเพื่อลดการบวมของทางเดินหายใจ

ความรุนแรงมาก

  • ให้ออกซิเจนทันที
  • พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ หากอาการไม่ดีขึ้น

การป้องกัน

  • ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม และล้างมือให้สะอาด
  • ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันเชื้อบางชนิดที่เป็นสาเหตุ
  • หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาด
  • หากมีสมาชิกในครอบครัวป่วย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดเด็ก
  • ทำความสะอาดบ้าน ของเล่น และอุปกรณ์ของเด็กอย่างสม่ำเสมอ

ลูกไอเสียงก้อง อย่ารอให้อาการรุนแรง
พาเข้ารับการประเมินที่ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลปิยะเวท วันนี้ ทีมกุมารแพทย์พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โทร.02-129-5555

Go to top
Copyright © 2026 Piyavate Hospital All rights reserved.