กลุ่มอาการครูป (Croup Syndrome)

กลุ่มอาการครูป (Croup)
กลุ่มอาการครูป (Croup) หรือภาวะกล่องเสียงและหลอดลมอักเสบ (Laryngotracheobronchitis) เป็นภาวะที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน โดยเชื้อที่พบบ่อยที่สุดคือไวรัสพาราอินฟลูเอนซา (Parainfluenza virus) การติดเชื้อดังกล่าวทำให้เกิดการบวมและการอุดกั้นของทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน พบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี เนื่องจากทางเดินหายใจของเด็กมีขนาดเล็กกว่าผู้ใหญ่ จึงเกิดการอุดกั้นได้ง่าย
อาการ
อาการมักเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล และมีไข้ หลังจากนั้นประมาณ 1–3 วัน การอักเสบจะลุกลามลงไปยังกล่องเสียงและหลอดลม ทำให้เกิดอาการบวมและอุดกั้นทางเดินหายใจ ส่งผลให้เด็กมีอาการดังต่อไปนี้
- หายใจลำบาก
- หายใจมีเสียงดัง (Stridor)
- ไอมีเสียงก้องคล้ายเสียงสุนัขเห่า
- เสียงแหบ
- หายใจเหนื่อย
ในรายที่อาการรุนแรง อาจพบอาการอุดกั้นทางเดินหายใจชัดเจน เช่น
- หายใจจมูกบาน
- กล้ามเนื้อหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ
- ตัวเขียวจากภาวะขาดออกซิเจน
- ได้ยินเสียงหายใจผิดปกติเมื่อฟังปอด
ระดับความรุนแรงของโรค
ความรุนแรงของกลุ่มอาการครูปแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากภาวะหายใจลำบาก สีผิว ระดับออกซิเจนในเลือด ลักษณะการไอ ระดับความรู้สึกตัว และเสียงลมที่ผ่านเข้าสู่ปอด
1. ความรุนแรงน้อย (Mild Croup)
- เด็กรับประทานอาหารได้ตามปกติ
- ยังสนใจบุคคลและสิ่งแวดล้อม
- ไอเสียงก้องเป็นบางครั้ง
- ไม่มีเสียง Stridor ขณะพัก
- ไม่มีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
2. ความรุนแรงปานกลาง (Moderate Croup)
- ไอเสียงก้องเกือบตลอดเวลา
- มีเสียง Stridor ขณะพัก
- มีอาการอกบุ๋มขณะหายใจ
- ไม่มีอาการกระสับกระส่าย
3. ความรุนแรงมาก (Severe Croup)
- ไอเสียงก้องชัดเจน
- มีเสียง Stridor ขณะพัก
- หายใจอกบุ๋ม
- กระสับกระส่าย
- ระดับความรู้สึกตัวลดลง อ่อนเพลีย ไม่สนใจสิ่งรอบตัว
อาการที่ควรรีบพบแพทย์ทันที
- หายใจเข้า–ออกมีเสียงดังหรือเสียงสูงผิดปกติ
- หายใจเร็วหรือหายใจลำบากมากขึ้น
- น้ำลายไหลหรือกลืนลำบาก
- ดื่มนมหรือน้ำไม่ได้ ไม่มีแรง กระวนกระวาย
- ริมฝีปาก เล็บ หรือปลายมือปลายเท้าเป็นสีเทาหรือม่วง
- มีอาการขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ลิ้นแห้ง ปัสสาวะน้อย
สาเหตุ
ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส โดยเฉพาะไวรัสพาราอินฟลูเอนซา เด็กอาจติดเชื้อจากการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อไวรัส หรือจากการสัมผัสของเล่นและพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่า นอกจากนี้ อาการคล้ายครูปอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น
- โรคภูมิแพ้
- การสูดดมสารระคายเคือง
- ภาวะกรดไหลย้อน
- สิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ
การวินิจฉัย
- ฟังเสียงหายใจบริเวณหน้าอกด้วยหูฟัง
- ตรวจภายในลำคอเพื่อดูการบวมแดง
- เอกซเรย์บริเวณคอ เพื่อตรวจสอบการตีบแคบของหลอดลมหรือสิ่งแปลกปลอม
การรักษา: แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ
ความรุนแรงน้อย
- รักษาตามอาการ
- ให้ยาแก้ไอ ยาละลายเสมหะ หรือยาขยายหลอดลมตามดุลยพินิจแพทย์
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- สามารถดูแลที่บ้านได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์
ความรุนแรงปานกลาง
- แนะนำให้รักษาในโรงพยาบาล
- เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
- ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
- พ่นยาเพื่อลดการบวมของทางเดินหายใจ
ความรุนแรงมาก
- ให้ออกซิเจนทันที
- พิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจ หากอาการไม่ดีขึ้น
การป้องกัน
- ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม และล้างมือให้สะอาด
- ฉีดวัคซีนตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันเชื้อบางชนิดที่เป็นสาเหตุ
- หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัดช่วงที่มีการระบาด
- หากมีสมาชิกในครอบครัวป่วย ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดเด็ก
- ทำความสะอาดบ้าน ของเล่น และอุปกรณ์ของเด็กอย่างสม่ำเสมอ
ลูกไอเสียงก้อง อย่ารอให้อาการรุนแรง
พาเข้ารับการประเมินที่ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลปิยะเวท วันนี้ ทีมกุมารแพทย์พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โทร.02-129-5555