เบาหวานขึ้นตา รู้เร็ว รักษาทัน ก่อนสายเกินไป
เบาหวานขึ้นจอตา คืออะไร
โรคเบาหวานทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดที่จอตา โดยทำให้มีการตีบตันของหลอดเลือด ส่งผลให้จอตาเกิดภาวะขาดเลือด ซึ่งจะเป็นผลให้เกิดหลอดเลือดผิดปกติงอกที่จอตา และอาจมีภาวะจุดรับภาพชัดบวมได้
หลอดเลือดผิดปกติที่จอตาอาจแตก ทำให้เกิดเลือดออกในวุ้นตา หากไม่ได้รับการรักษา ในระยะสุดท้ายอาจทำให้เกิดพังผืดดึงรั้งจอตาในที่สุด
อาการของเบาหวานขึ้นจอตา คืออะไร
ในระยะแรกของเบาหวานขึ้นจอตา ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการ แต่เมื่อเกิดภาวะจุดรับภาพชัดบวมหรือพังผืดดึงรั้งจอตา จะส่งผลให้มีอาการตามัว
ในผู้ป่วยที่มีเลือดออกในวุ้นตา จะทำให้ตามัวลงอย่างชัดเจน และในรายที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอตารุนแรง หากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะต้อหินแทรกซ้อน และตาบอดในที่สุด
เบาหวานขึ้นจอตาจะรักษาอย่างไร
ผู้ป่วยที่มีเบาหวานขึ้นจอตาระยะแรก การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจะช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้ ในรายที่มีหลอดเลือดผิดปกติที่จอตา จักษุแพทย์จะพิจารณายิงเลเซอร์ที่จอตาเพื่อลดหลอดเลือดที่ผิดปกติ
ในกรณีที่มีเลือดออกในวุ้นตา หรือมีพังผืดดึงรั้งที่จุดรับภาพชัด แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดวุ้นตาและจอตาปัจจุบันมียากลุ่ม Anti-VEGF ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะจุดรับภาพชัดบวมจากเบาหวาน หรือมีหลอดเลือดงอกผิดปกติ โดยแพทย์จะฉีดยาดังกล่าวเข้าไปในลูกตา เพื่อลดจุดรับภาพบวมและหลอดเลือดงอกผิดปกติ
หลังฉีดยา ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจติดตามเป็นระยะ เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคและการรักษาอย่างต่อเนื่อง
การยิงเลเซอร์จอตาในภาวะเบาหวานขึ้นจอตาจะช่วยให้ผู้ป่วยมองเห็นได้ชัดขึ้นหรือไม่
การยิงเลเซอร์จอตาในผู้ป่วยที่มีเบาหวานขึ้นจอตาชนิดที่มีหลอดเลือดงอกผิดปกติ จะช่วยลดโอกาสสูญเสียการมองเห็นแบบรุนแรงได้ประมาณ 50% และช่วยลดโอกาสเกิดเลือดออกในวุ้นตาได้
เราจะป้องกันไม่ให้เบาหวานขึ้นจอตาได้อย่างไร
ปัจจุบัน การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ (HbA1c < 7%) จะช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตา และช่วยชะลอความรุนแรงของโรคได้นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรควบคุมโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติด้วย
การตรวจคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตา
ผู้ป่วยเบาหวานควรพบจักษุแพทย์ เพื่อตรวจคัดกรองภาวะเบาหวานขึ้นจอตาอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก แต่สามารถลุกลามจนส่งผลต่อการมองเห็นได้ในระยะยาว
ในการตรวจคัดกรอง ผู้ป่วยจะได้รับการหยอดยาขยายม่านตา เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจจอตาได้อย่างละเอียดและประเมินความผิดปกติได้อย่างแม่นยำ
หลังหยอดยา ผู้ป่วยอาจมีอาการตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้ หรือมองเห็นระยะใกล้ไม่ชัดเจน ซึ่งอาการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ หายไปภายในประมาณ 4–6 ชั่วโมง
เพื่อความปลอดภัยหลังการขยายม่านตา แนะนำให้ผู้ป่วยนำแว่นกันแดดมาด้วยเพื่อลดอาการแสบตา ไม่ควรขับรถมาเอง และควรมีญาติหรือเพื่อนมาด้วย
หากตรวจพบภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ผู้ป่วยจะได้รับการนัดตรวจติดตามเป็นระยะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
ติดต่อศูนย์จักษุ โรงพยาบาลปิยะเวท
หากคุณมีโรคเบาหวาน หรือสงสัยว่ามีภาวะเบาหวานขึ้นจอตา ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองกับจักษุแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในระยะยาว
ศูนย์จักษุ โรงพยาบาลปิยะเวท ชั้น 15
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00 – 19.00 น.
โทรนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 061-397-9403