โรคตาแห้ง (Dry eye)
โรคตาแห้ง (Dry Eye Disease) ภัยเงียบของคนใช้หน้าจอเป็นเวลานาน
อยู่ ๆ ก็มีอาการน้ำตาไหล แสบตา เคืองตา ไม่สบายตา หรือรู้สึกเหมือนมีทรายในตา ทั้งที่ไม่ได้ร้องไห้ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคตาแห้ง ซึ่งพบได้บ่อยในคนที่จ้องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน ๆ
โรคตาแห้ง คืออะไร?
โรคตาแห้ง คือ ภาวะความผิดปกติของน้ำตา เกิดจาก
- มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ หรือ
- มีการระเหยของน้ำตามากเกินไป
ส่งผลให้พื้นผิวกระจกตาและเยื่อบุตาขาดความชุ่มชื้น เกิดการระคายเคือง และทำให้รู้สึกไม่สบายตา น้ำตามีความสำคัญต่อดวงตา เพราะช่วยหล่อลื่น ปกป้อง และให้สารอาหารแก่ผิวกระจกตา เมื่อสมดุลของน้ำตาผิดปกติ จึงเกิดอาการต่าง ๆ ตามมา
สาเหตุของโรคตาแห้ง
1. ปัจจัยภายในร่างกาย
- อายุที่เพิ่มขึ้น (พบมากในผู้สูงอายุ)
- เพศหญิง โดยเฉพาะช่วงวัยหมดประจำเดือน
- พฤติกรรมการใช้สายตานาน ๆ โดยไม่พัก
- โรคบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
- ยาบางชนิด เช่น ยารักษาสิวบางประเภท ยาแก้แพ้ ยาลดความดันบางชนิด
2. ปัจจัยภายนอก
- ความชื้นในอากาศต่ำ
- อยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน
- ฝุ่น ควัน มลภาวะ
- สภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีลมพัดตลอดเวลา
อาการของโรคตาแห้ง
- ระคายเคืองตา เหมือนมีเศษผงหรือทรายในตา
- แสบตา เคืองตา
- รู้สึกเหนอะหนะตา ฝืดตา
- น้ำตาไหล (แม้เป็นตาแห้งก็อาจมีน้ำตาไหลได้)
- ตามัวเป็น ๆ หาย ๆ
- ลืมตาไม่สบายตา
โดยส่วนใหญ่อาการจะเป็นมากในช่วงบ่าย หรือหลังใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมง
การรักษาโรคตาแห้ง
1. การใช้น้ำตาเทียม วิธีหลักและพบได้บ่อยที่สุด คือ การหยอดน้ำตาเทียม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา ลดการระคายเคือง
2. ยากลุ่มอื่น ๆ หากใช้น้ำตาเทียมแล้วอาการไม่ดีขึ้น จักษุแพทย์อาจพิจารณา: ยาลดการอักเสบ ยากระตุ้นการสร้างน้ำตา การรักษาอื่น ๆ ตามความเหมาะสม
วิธีป้องกันโรคตาแห้ง
- พักสายตาทุก 20 นาที (กฎ 20-20-20)
- กะพริบตาให้บ่อยขึ้นขณะใช้หน้าจอ
- หลีกเลี่ยงลมเป่าตรงดวงตา
- เพิ่มความชื้นในห้อง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ควรพบจักษุแพทย์เมื่อไร?
หากมีอาการเรื้อรัง ไม่ดีขึ้นแม้ใช้น้ำตาเทียม หรือมีอาการตามัวมาก เจ็บตา ตาแดง ควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ เพื่อประเมินและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ดูแลดวงตาก่อนอาการลุกลาม ตรวจละเอียด โดยทีมจักษุแพทย์ ศูนย์จักษุ ชั้น 15 โทร. 02-129-5555