อีโบล่า (Ebola) โรคติดเชื้อไวรัสรุนแรง จากต่างแดน
อีโบล่าจะระบาดมาถึงประเทศไทยหรือไม่?
โดย: โรงพยาบาลปิยะเวท
วันที่เผยแพร่: 17 กันยายน 2569
บทนำ
ความเป็นไปได้ที่โรคอีโบล่า (Ebola) จะระบาดมาถึงประเทศไทยนั้นถือว่า เป็นไปได้ยากมาก เนื่องจากอีโบล่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูงและมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50 ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการป่วยหนักอย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสที่จะขึ้นเครื่องบินหรือเดินทางข้ามทวีปไกล ๆ เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง
ความแตกต่างสำคัญระหว่างอีโบล่ากับโรคที่เกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) อย่าง COVID-19 หรือไข้หวัดใหญ่ คือโรคที่จะระบาดใหญ่ได้มักมีความรุนแรงน้อยกว่า ผู้ป่วยสามารถเดินทางเคลื่อนที่ได้ เช่น ป่วยอยู่ที่กรุงเทพฯ วันนี้ พรุ่งนี้เดินทางไปเชียงใหม่และแพร่เชื้อต่อได้ แต่สำหรับอีโบล่า ความรุนแรงของโรคกลายเป็นข้อจำกัดทางธรรมชาติที่ทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายข้ามประเทศได้ง่าย
ทำความรู้จักกับโรคติดเชื้อไวรัสอีโบล่า
โรคอีโบล่าเกิดจากไวรัสในสกุล Ebolavirus วงศ์ Filoviridae จัดเป็นโรคติดเชื้อไวรัสรุนแรงในกลุ่ม Viral Hemorrhagic Fever มีอัตราการเสียชีวิตสูงตั้งแต่า 25–90% ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และระบบสาธารณสุข โดยเชื้อนี้แฝงอยู่ในสัตว์ป่าในทวีปแอฟริกามานานหลายร้อยปี
สายพันธุ์ที่สำคัญและการระบาดในอดีต
- สายพันธุ์ซาอี (Zaire ebolavirus): เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงที่สุด ถูกพบครั้งแรกบริเวณริมแม่น้ำอีโบล่า ประเทศสาธารณรัฐคองโก (ปี 1976) การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในปี 2013–2016 ในแอฟริกาตะวันตก (กินี ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน) มีผู้ป่วยร่วม 30,000 ราย เสียชีวิตกว่า 11,000 ราย ปัจจุบันได้รับการพัฒนาวัคซีนป้องกันสำเร็จแล้ว
- สายพันธุ์ซูดาน (Sudan ebolavirus): มีความรุนแรงรองลงมา
- สายพันธุ์บุนดิบูเกียว (Bundibugyo ebolavirus): มีความรุนแรงระดับปานกลาง เป็นสายพันธุ์ที่พบการระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และอูกานดา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนเฉพาะเจาะจง
ช่องทางการติดต่อและอาการของโรค
ช่องทางการแพร่กระจายเชื้อ
การติดต่อหลักเกิดจากการ สัมผัสโดยตรง กับเลือด สารคัดหลั่งของผู้ป่วย หรือสัตว์รังโรค เช่น ประเพณีท้องถิ่นในแอฟริกาที่มีการสัมผัสร่างผู้เสียชีวิตระหว่างทำพิธีศพ นอกจากนี้การระบาดมักเกิดขึ้นในชนบท และเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาลสูง ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์เสี่ยงเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
อาการสำคัญของโรคอีโบล่า
- ระยะแรก: มีไข้สูงเฉียบพลัน อ่อนเพลียอย่างมาก ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และเจ็บคอ
- ระยะต่อมา: มีอาการอาเจียน ท้องเสีย มีผื่นขึ้นตามตัว
- ระยะรุนแรง: มีภาวะเลือดออกง่ายทั้งภายในและภายนอกร่างกาย อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตได้ในเวลาอันสั้น
มาตรการป้องกันและข้อสรุปสำหรับประเทศไทย
องค์การอนามัยโลก (WHO) เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกันโดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือแหล่งรังโรค พร้อมทั้งเร่งพัฒนาวัคซีนที่จำเพาะกับแต่ละสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ระบาดในแอฟริกา ผนวกกับธรรมชาติของโรคที่มีความรุนแรงสูงจนขัดขวางการเดินทางข้ามทวีปของผู้ติดเชื้อ จึงยังไม่น่าเป็นกังวลหรือตื่นตระหนกจนเกินเหตุ อย่างไรก็ดี การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและเข้าใจธรรมชาติของโรคอย่างถูกต้องถือเป็นสิ่งจำเป็นในการเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์เฉพาะทางกุมารเวชศาสตร์โรคตับ ทางเดินอาหาร และโรคไวรัส โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ภายนอก การอ้างอิงดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสื่อความหมายว่าแพทย์ผู้ให้ข้อมูลเป็นแพทย์ประจำ หรือมีตารางออกตรวจ ณ โรงพยาบาลปิยะเวท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ หรือติดตามข่าวสารของทางโรงพยาบาล