Bangpakok Hospital
  • A
  • A
  • A
Hotline

การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI)

22 มิ.ย. 2566

การฉีดน้ำเชื้อผสมเทียม (IUI)

IUI (Intrauterine Insemination) คือ เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ใช้รักษาภาวะมีบุตรยาก โดยนำอสุจิที่ผ่านการคัดเลือกและเตรียมในห้องปฏิบัติการ ฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรงผ่านสายพลาสติกขนาดเล็กที่สอดผ่านปากมดลูก วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสให้อสุจิเข้าถึงท่อนำไข่และผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น จึงเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์มากกว่าการมีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติเล็กน้อย

หลักการของ IUI

การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) เป็นการคัดเลือกอสุจิที่แข็งแรง เคลื่อนไหวดี และมีคุณภาพสูง ก่อนฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงใกล้เวลาตกไข่ เพื่อเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิอัตราความสำเร็จโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10–15% ต่อรอบการรักษา ซึ่งสูงกว่าการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในบางกลุ่มที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก (ประมาณ 3–4% ต่อเดือน) อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ คุณภาพอสุจิ จำนวนและคุณภาพของไข่ รวมถึงความสมบูรณ์ของเยื่อบุโพรงมดลูก

เหตุผลที่ IUI เพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์

  • เพิ่มจำนวนอสุจิที่สามารถเดินทางถึงท่อนำไข่ได้มากขึ้น
  • ผ่านกระบวนการคัดแยก ทำให้อสุจิมีคุณภาพดีขึ้น
  • ลดระยะทางการเดินทางของอสุจิ เนื่องจากฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง
  • กำหนดช่วงเวลาฉีดให้ตรงกับการตกไข่
  • สามารถใช้ยากระตุ้นไข่เพื่อเพิ่มจำนวนฟองไข่ (โดยทั่วไป 1–3 ฟอง)
  • มีการติดตามความหนาเยื่อบุโพรงมดลูกด้วยอัลตราซาวด์ เพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสม

ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ IUI

  • อายุไม่มาก (โดยทั่วไปอายุน้อยกว่า 30–35 ปี โอกาสสำเร็จจะสูงกว่า)
  • มีปัญหาปากมดลูกตีบ
  • มีภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง เช่น PCOS
  • ท่อนำไข่ปกติอย่างน้อย 1 ข้าง
  • ฝ่ายชายมีอสุจิเคลื่อนไหวดี และมีจำนวนมากกว่า 5 ล้านตัว

ผู้ที่ไม่แนะนำให้ทำ IUI

  • ท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้าง
  • มีพังผืดในอุ้งเชิงกรานรุนแรงจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • เคยทำ IUI มากกว่า 4–6 รอบแล้วไม่สำเร็จ
  • ฝ่ายชายมีอสุจิน้อยมาก (น้อยกว่า 1 ล้านตัว) หรือไม่สามารถหลั่งน้ำเชื้อได้

การเตรียมตัวก่อนรักษา

  • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ และเสริมวิตามินตามคำแนะนำแพทย์
  • พักผ่อนอย่างน้อยวันละ 7–8 ชั่วโมง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ขั้นตอนการรักษา

  1. เริ่มยากระตุ้นรังไข่ในวันที่ 3–5 ของรอบเดือน (รับประทานหรือฉีด) ต่อเนื่องประมาณ 5 วัน
  2. ติดตามการเจริญเติบโตของฟองไข่ด้วยอัลตราซาวด์และตรวจเลือด
  3. เมื่อไข่มีขนาดประมาณ 18–20 มิลลิเมตร จะให้ฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่
  4. ฉีดอสุจิที่เตรียมแล้วเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงไข่ตก (ประมาณ 35–40 ชั่วโมงหลังฉีดยากระตุ้นตกไข่)
  5. ให้ยาช่วยพยุงเยื่อบุโพรงมดลูก และนัดตรวจการตั้งครรภ์ประมาณ 2 สัปดาห์หลังทำ

โอกาสความสำเร็จ

อัตราการตั้งครรภ์เฉลี่ยอยู่ที่ 15–20% ต่อรอบการรักษา ขึ้นอยู่กับอายุ คุณภาพน้ำเชื้อ จำนวนไข่ และสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก การตั้งครรภ์ส่วนใหญ่เป็นการตั้งครรภ์เดี่ยว โดยมีโอกาสตั้งครรภ์แฝดประมาณ 10–15%

ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และภาวะมีบุตรยาก

หากคุณกำลังวางแผนมีบุตรและต้องการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ด้วยวิธี IUI ควรเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองคิวได้ที่ โทร. 02-129-5555 เริ่มต้นวางแผนครอบครัวอย่างมั่นใจตั้งแต่วันนี้

Go to top
Copyright © 2026 Piyavate Hospital All rights reserved.