ภาวะกระดูกพรุน ภัยร้ายที่ควรป้องกัน
โรคกระดูกพรุน คืออะไร?
โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มวลกระดูกลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกอ่อนแอ เปราะบาง และหักได้ง่าย แม้เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย จากสถิติของกรมการแพทย์ พบว่าผู้สูงอายุที่มีภาวะกระดูกพรุนและเกิดกระดูกหักมีมากกว่า 30,000 รายต่อปี ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ ข้อมือ ข้อสะโพก และกระดูกสันหลัง โดยเฉพาะกระดูกสะโพกหัก ซึ่งมีภาวะแทรกซ้อนสูง มีโอกาสเสียชีวิตภายใน 1 ปีถึง 20% และประมาณ 40% ไม่สามารถกลับมาเดินได้เองตามปกติ
สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคกระดูกพรุนมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากมาทราบว่าตนเองเป็นโรคเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว ดังนั้นการตรวจมวลกระดูกจึงมีความสำคัญ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม
ข้อบ่งชี้ในการตรวจมวลกระดูก
ควรพิจารณาตรวจมวลกระดูกหากมีข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป หรือผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป
- หมดประจำเดือนก่อนอายุ 45 ปี หรือเคยผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง
- ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 65 ปี หรือผู้ชายอายุน้อยกว่า 70 ปี ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น
- ใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์มากกว่า 5 มก./วัน หรือใช้ต่อเนื่องเกิน 3 เดือน
- มีประวัติบิดาหรือมารดากระดูกสะโพกหัก
- เคยมีกระดูกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง
- ดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำกว่า 20
- ส่วนสูงลดลง ≥ 4 ซม. จากความสูงสูงสุด หรือ ลดลง ≥ 2 ซม. จากการวัดต่างเวลากัน 2 ครั้ง
- ได้รับยาที่มีผลต่อระดับฮอร์โมน
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุน
- มีกระดูกสันหลังหรือกระดูกสะโพกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง
- ค่า T-score ≤ -2.5 ที่ตำแหน่งกระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbar spine), สะโพกรวม (total hip), คอกระดูกต้นขา (femoral neck) หรือ ⅓ radius
- ค่า T-score ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 ร่วมกับความเสี่ยงกระดูกสะโพกหักใน 10 ปี (ประเมินด้วย FRAX Thai) ≥ 3%
- ค่า T-score ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 ร่วมกับมีกระดูกหักที่กระดูกต้นแขน กระดูกเชิงกราน หรือข้อมือ จากอุบัติเหตุไม่รุนแรง
แนวทางการรักษา
1. การรักษาแบบไม่ใช้ยา
- รับประทานแคลเซียมอย่างน้อย 1,000 มก./วัน แต่ไม่ควรเกิน 1,500 มก./วัน (รวมจากอาหารและอาหารเสริม)
- ควบคุมระดับวิตามินดีให้อยู่ที่ 30–50 นาโนกรัม/มิลลิลิตร
- ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมตามวัย
- งดสูบบุหรี่ และจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์
- ประเมินและป้องกันความเสี่ยงต่อการหกล้ม
2. การรักษาด้วยยา (ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน)
- ยากลุ่ม Bisphosphonates
- ยากลุ่ม Denosumab
- ฮอร์โมนเอสโตรเจน (ในกรณีหมดประจำเดือนก่อนวัยและเหมาะสมทางการแพทย์)
- Teriparatide ในผู้ที่มีความเสี่ยงกระดูกหักสูงมาก หรือไม่ตอบสนองต่อยาในกลุ่ม Bisphosphonates
ศูนย์กระดูกและข้อโรงพยาบาลปิยะเวท
หากคุณหรือคนที่คุณรักมีความเสี่ยงต่อ ภาวะกระดูกพรุน หรือต้องการตรวจประเมินมวลกระดูกเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลปิยะเวท พร้อมให้การดูแลครบตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายวันนี้: โทร. 02-129-5555 เริ่มต้นดูแลสุขภาพกระดูกของคุณ เพื่อชีวิตที่แข็งแรงและมั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว