การตรวจก่อนสมรส และตรวจก่อนมีบุตร
การตรวจก่อนสมรส และตรวจก่อนมีบุตร
โดย: โรงพยาบาลปิยะเวท
ความสำคัญของการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานและมีบุตร
![]()
การตรวจก่อนสมรส และตรวจก่อนมีบุตร เป็นการตรวจคัดกรองโรคต่างๆ ที่สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปสู่คู่สมรส และตรวจคัดกรองโรคที่อาจส่งผลไปยังบุตร รวมทั้งการเตรียมความพร้อม ฉีดวัคซีนที่จำเป็นก่อนการแต่งงานหรือตั้งครรภ์
การตรวจเลือดประกอบด้วยอะไรบ้าง

- การตรวจนับเม็ดเลือด (Complete blood count) เพื่อดูความเข้มข้นเลือด ขนาดของเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด
- หมู่เลือด (ABO and Rh blood group) เพื่อให้ทราบทั้งหมู่เลือด ABO และ Rh ในหญิงที่มีหมู่เลือด Rh เป็นลบ (Rh negative) ซึ่งเป็นหมู่เลือดพิเศษ เมื่อตั้งครรภ์จะได้รับการดูแลที่แตกต่างจากหญิงตั้งครรภ์ปกติ
- กลุ่มโรคที่สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์ ได้แก่ เอช.ไอ.วี ซิฟิลิส ตับอักเสบบีและซี (Anti HIV, VDRL, HBs Ag, anti HCV) เพื่อให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทั้งของผู้ตรวจเลือดเอง และของคู่สมรส ในรายที่มีผลผิดปกติ จะได้รับคำแนะนำในการรักษาตนเองต่อไป อีกทั้งยังมีประโยชน์ในการวางแผนมีบุตร เนื่องจากโรคเหล่านี้ สามารถติดต่อจากมารดาสู่ทารกได้ ทั้งขณะตั้งครรภ์ และขณะคลอด การวางแผนการรักษาตั้งแต่ก่อนสมรส และก่อนมีบุตร จะช่วยลดโอกาสการติดต่อไปยังคู่สมรส และบุตรได้ ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นซิฟิลิส อาจทำให้ทารกในครรภ์มีความผิดปกติได้ นอกจากนี้ยังมีการตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสตับอักเสบบีด้วย (HBs Ab)
- ตรวจพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (Hb typing) โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรม ผู้ที่เป็นโรคนี้ จะมีความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเม็ดเลือดแดง ทำให้คนที่เป็นโรคนี้ มีเม็ดเลือดแดงผิดปกติ เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ความรุนแรงของโรคมีหลายระดับ ในคนไทยจำนวนมาก พบว่าเป็นพาหะของโรคนี้ ซึ่งคนที่เป็นพาหะ จะไม่มีอาการใดๆ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่เมื่อมีลูก จะสามารถถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนี้ไปยังลูกได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เคยตรวจมาก่อน การตรวจตั้งแต่ก่อนมีบุตรจะทำให้ทราบความเสี่ยงที่บุตรจะเป็นโรคนี้ได้
- ในฝ่ายหญิงจะมีการตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella IgG) เนื่องจาก ถ้าหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อหัดเยอรมัน จะทำให้เกิดความพิการรุนแรงของทารกในครรภ์ได้
ข้อควรปฏิบัติและระยะเวลารอฟลผลตรวจ
การตรวจเลือดก่อนสมรสและก่อนมีบุตร สามารถตรวจได้ตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืองดอาหารก่อนการตรวจ และหลังตรวจ ผลเลือดส่วนใหญ่จะสามารถบอกผลได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง ยกเว้นผลตรวจพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย (Hb typing) และผลการตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน (Rubella IgG) ที่ต้องใช้เวลารอประมาณ 3-5 วัน ในคนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน และภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี แนะนำให้ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ก่อนจะมีบุตร และควรคุมกำเนิดหลังจากเริ่มฉีดวัคซีนไปอย่างน้อย 3-6 เดือน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม นัดหมายแพทย์ หรือติดตามข่าวสารของทางโรงพยาบาล